เตรียม TOEIC วันละ 15–30 นาที สำหรับคนเวลาไม่แน่นอน: ชุดฝึก 15 นาที 4 แบบ (ทำงานเป็นกะ・แม่ลูกเล็ก)

ทีมบรรณาธิการ Otteric ・ เผยแพร่

สรุปสั้น ๆ

ถ้าเวลาว่างไม่ตรงกันทุกวัน เช่น ทำงานเป็นกะ หรือเป็นแม่ที่มีเวลาแค่ตอนลูกหลับ ข้อเสนอของบทความนี้คือ อย่าล็อก "เวลา" แต่ให้เตรียม "ชุดฝึก 15 นาที" ไว้ 3–4 แบบ เช่น คำศัพท์ 5 นาที + Part 5 อีก 10 นาที แล้วหยิบแบบที่เข้ากับวันนั้นมาทำ วันที่มี 30 นาทีก็ทำ 2 ชุดต่อกัน ข้อสอบ TOEIC L&R มี 200 ข้อ 120 นาที (ฟัง 45 นาที อ่าน 75 นาที) ตามหน้ารูปแบบข้อสอบของ CPA (Thailand) (ตรวจสอบเมื่อ 28 ตุลาคม 2569) Part 1, 2 และ 5 ที่ข้อสั้นเข้ากับ 15 นาทีได้ดี แต่การทำส่วนการฟัง 45 นาทีต่อเนื่อง หรือส่วนการอ่าน 75 นาทีแบบจับเวลา ทำใน 15 นาทีไม่ได้ จึงควรหาเวลายาว ๆ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนแอป ให้ดูว่าชุดหนึ่งสั้นไหม หยุดกลางทางแล้วงานไม่หายไหม และคำอธิบายเป็นภาษาไทยไหม Otteric ฝึกได้ฟรีวันละ 3 ชุด ชุดละ 5–10 นาที และมีแบบทดสอบวัดระดับ 14 ข้อ ประมาณ 6 นาที ทำได้ก่อนสมัครสมาชิก

คำถามที่พบบ่อย เช่น "ทำงานเป็นกะ เวลาว่างไม่แน่นอน อยากเตรียม TOEIC วันละ 15–20 นาที" หรือ "เป็นแม่บ้าน ลูกยังเล็ก อยากกลับไปทำงานแต่ต้องใช้คะแนน TOEIC มีเวลาแค่ตอนลูกนอนวันละ 30 นาที" มีปัญหาเดียวกัน คือคำแนะนำทั่วไปอย่าง "อ่านทุกวันตอน 2 ทุ่ม" ใช้ไม่ได้ เพราะวันนี้ว่างตอนเช้า พรุ่งนี้ว่างตอนดึก บางวันลูกหลับแค่ 20 นาทีแล้วตื่น

บทความนี้จึงไม่ได้เสนอตารางเวลา แต่เสนอ ชุดฝึกสำเร็จรูปที่ยาว 15 นาที ซึ่งหยิบมาทำได้ทุกเวลา พร้อมบอกว่าส่วนไหนของข้อสอบเหมาะกับเวลาสั้น ส่วนไหนต้องหาเวลายาว และควรเลือกแอปอย่างไร ข้อมูลรูปแบบข้อสอบตรวจสอบจากเว็บไซต์ของ CPA (Thailand) ผู้จัดสอบ TOEIC ในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ส่วนจำนวนนาทีของชุดฝึกแต่ละแบบเป็นข้อเสนอของผู้เขียน ไม่ใช่ตัวเลขทางการ ปรับให้เข้ากับตัวเองได้

ทำไม "อ่านเวลาเดิมทุกวัน" ไม่เวิร์กกับคนเวลาไม่แน่นอน

คำแนะนำส่วนใหญ่บอกให้ผูกการอ่านหนังสือกับเวลาเดิม เพื่อให้เป็นนิสัย วิธีนี้ดีสำหรับคนทำงานเข้า 9 โมงเลิก 5 โมง แต่สำหรับคนที่กะเปลี่ยนทุกสัปดาห์ หรือคนที่เวลาว่างขึ้นอยู่กับว่าลูกหลับตอนไหน การตั้งเวลาไว้แล้วทำไม่ได้ซ้ำ ๆ มักทำให้รู้สึกว่า "ล้มเหลวอีกแล้ว" แล้วเลิกไปเอง

สิ่งที่ทำให้เสียเวลามากที่สุดในช่วงว่างสั้น ๆ คือ การนั่งคิดว่าจะทำอะไรดี ถ้ามีเวลา 15 นาที แต่ใช้ไป 5 นาทีเลือกหนังสือ หาไฟล์เสียง หรือเลื่อนหาแบบฝึก ก็เหลือเวลาฝึกจริงแค่ 10 นาที

ข้อเสนอของบทความนี้คือเปลี่ยนจาก "ตั้งเวลา" เป็น "ตั้งชุด"

  • ตั้งชุดฝึกไว้ล่วงหน้า 3–4 แบบ แต่ละแบบยาวประมาณ 15 นาที และรู้อยู่แล้วว่าต้องเปิดอะไร ทำอะไร
  • พอมีเวลาว่าง ก็เลือกแบบที่เข้ากับสภาพตอนนั้น เช่น ใส่หูฟังได้ไหม เหนื่อยแค่ไหน
  • นับเป็น "ชุด" ไม่ใช่ "ชั่วโมง" เป้าหมายรายสัปดาห์อาจเป็น "10 ชุด" แทน "วันละ 30 นาทีทุกวัน" วันไหนทำไม่ได้ ก็ไปเพิ่มวันอื่น

ชุดฝึก 15 นาที: ตัวอย่าง 4 แบบ

ตารางนี้เป็นตัวอย่างที่ผู้เขียนเสนอ จำนวนนาทีและจำนวนข้อปรับได้ตามระดับของตัวเอง

ชุดทำอะไรต้องใช้เสียงไหมเหมาะกับตอนไหน
A: ศัพท์ + Part 5ทวนคำศัพท์ 5 นาที แล้วทำ Part 5 ประมาณ 10 ข้อ พร้อมอ่านคำอธิบายข้อที่ผิด 10 นาทีไม่ใช้ชุดหลัก ใช้ได้เกือบทุกวัน ทำเงียบ ๆ ข้างลูกที่หลับได้
B: ฟังสั้นPart 2 ประมาณ 10 ข้อ หรือ Part 1 แล้วเปิดสคริปต์ดูข้อที่ฟังไม่ออก ฟังซ้ำอีกรอบใช้ (ใส่หูฟัง)ช่วงพักระหว่างกะ หรือตอนลูกหลับในห้องอื่น
C: ทวนข้อผิดเปิดข้อที่เคยผิดกลับมาทำใหม่ อ่านคำอธิบาย แล้วจดคำศัพท์หรือไวยากรณ์ที่ยังไม่แน่ใจไม่ใช้วันที่เหนื่อยมาก เช่น หลังเลิกกะดึก ไม่ต้องเจอโจทย์ใหม่
D: ฟังยาว / อ่านยาว 1 ชุดPart 3 หรือ Part 4 จำนวน 1–2 บท (บทละ 3 ข้อ) หรือ Part 6 จำนวน 1 บทความ พร้อมทวนสคริปต์หรือบทความPart 3–4 ใช้ / Part 6 ไม่ใช้วันที่สมองยังสด อยากฝึกโจทย์ที่ยาวขึ้น

วันที่มี 30 นาที ให้ต่อ 2 ชุด เช่น A + B (ฝึกทั้งอ่านและฟัง) หรือ A + C (เงียบทั้งหมด) วันที่มีแค่ 5–10 นาที ทำแค่ครึ่งแรกของชุด A คือทวนคำศัพท์ก็ถือว่าทำแล้ว

เคล็ดลับเล็ก ๆ คือ จบชุดด้วยการรู้ว่าครั้งหน้าจะทำอะไร เช่น จดไว้ว่า "ครั้งหน้า: ชุด B" พอมีเวลาว่างครั้งต่อไป จะได้เริ่มทันทีไม่ต้องคิด

Part ไหนเข้ากับ 15 นาที Part ไหนไม่เข้า

ตามหน้ารูปแบบข้อสอบของ CPA (Thailand) ข้อสอบ TOEIC Listening & Reading เป็นแบบฝนกระดาษคำตอบ 200 ข้อ ใช้เวลา 120 นาที คะแนนเต็ม 990 (ฟัง 495 อ่าน 495) แบ่งเป็น 7 Part ดังนี้ ส่วนคอลัมน์ขวาสุดเป็นความเห็นของผู้เขียน

ส่วนPartรูปแบบจำนวนข้อเข้ากับ 15 นาทีไหม
การฟัง (45 นาที)Part 1รูปภาพ6เข้า ข้อสั้น ฟังแล้วตอบทันที
Part 2คำถาม–คำตอบ25เข้า ทำทีละ 10 ข้อได้
Part 3บทสนทนา (13 บท บทละ 3 ข้อ)39เข้า ถ้าทำ 1–2 บทแล้วทวนสคริปต์
Part 4บทพูด (10 บท บทละ 3 ข้อ)30เข้า ถ้าทำ 1–2 บท
การอ่าน (75 นาที)Part 5เติมประโยคให้สมบูรณ์30เข้ามาก ข้อละประโยคเดียว
Part 6เติมข้อความให้สมบูรณ์16เข้า ทำ 1 บทความได้
Part 7อ่านข้อความเดี่ยว 29 ข้อ / หลายข้อความ 25 ข้อ54ข้อความเดี่ยวสั้น ๆ พอไหว แต่ชุดหลายข้อความใช้เวลานาน ถูกขัดกลางทางแล้วต้องเริ่มอ่านใหม่

สิ่งที่ ทำใน 15 นาทีไม่ได้ มีอยู่ 2 อย่าง และเป็นสิ่งที่คนฝึกแต่ชุดสั้นมักพลาดในวันสอบจริง

  1. ฟังต่อเนื่อง 45 นาที ในห้องสอบเสียงจะเล่นต่อไปเรื่อย ๆ หยุดไม่ได้ ย้อนฟังไม่ได้ การฟังทีละ 10 ข้อไม่ได้ฝึกการรักษาสมาธิช่วงท้ายของ Part 3–4
  2. แบ่งเวลาในส่วนการอ่าน ส่วนการอ่านมี 100 ข้อใน 75 นาที เฉลี่ยข้อละ 45 วินาที ถ้าใช้เวลากับ Part 5–6 มากเกินไป จะเหลือเวลาไม่พอสำหรับ Part 7 เรื่องนี้รู้ได้จากการทำแบบจับเวลาเท่านั้น

ทั้งสองอย่างนี้จึงย้ายไปทำในวันที่มีเวลายาวสัปดาห์ละครั้ง (ดูหัวข้อถัดไป)

สัปดาห์ละครั้ง: หาเวลายาว 1 ช่วง

ข้อเสนอของบทความนี้คือ นอกจากชุด 15 นาทีในวันปกติ ให้หาเวลายาว สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครั้งละ 45–120 นาที ไว้ฝึกสิ่งที่ชุดสั้นทำไม่ได้

  • คนทำงานเป็นกะ ใช้วันหยุดที่ไม่ได้ต่อจากกะดึก เพราะหลังกะดึกมักง่วงเกินกว่าจะทำส่วนการฟังต่อเนื่องได้ดี
  • แม่ที่มีลูกเล็ก ขอให้สามีหรือคนในครอบครัวดูลูกสักช่วงในวันหยุด หรือใช้ช่วงที่ลูกไปเนอสเซอรี่ แจ้งคนในบ้านล่วงหน้าว่า "ช่วงนี้ขอเวลาทำข้อสอบ" จะโดนขัดน้อยลง

ในเวลายาวนั้น ทำอย่างใดอย่างหนึ่งสลับกันไปแต่ละสัปดาห์

สัปดาห์ทำอะไรใช้เวลาประมาณ
สัปดาห์ที่ 1ส่วนการฟังต่อเนื่อง 100 ข้อ ไม่หยุดเสียง45 นาที + ตรวจคำตอบ
สัปดาห์ที่ 2ส่วนการอ่าน 100 ข้อแบบจับเวลา ดูว่าเหลือเวลาให้ Part 7 เท่าไร75 นาที + ตรวจคำตอบ
สัปดาห์ที่ 3ทวนข้อผิดของ 2 สัปดาห์ก่อน แล้วเลือกชุดฝึกของสัปดาห์ถัดไป45–60 นาที
ก่อนสอบประมาณ 2–4 สัปดาห์ข้อสอบเต็มชุด 200 ข้อ 120 นาที อย่างน้อย 1 ครั้ง2 ชั่วโมง + ตรวจคำตอบ

ถ้าเวลา 45 นาทีติดกันก็ยังหายาก ให้ใช้ข้อสอบจำลองแบบสั้น (เช่น 30 ข้อ) เพื่อดูภาพรวมไปก่อน แล้วเก็บเต็มชุดไว้ทำช่วงใกล้สอบ ส่วนข้อสอบตัวอย่างทางการที่ดาวน์โหลดฟรีจากหน้าเตรียมสอบของ ETS มี 60 ข้อ (ฟัง 30 อ่าน 30) ไม่ใช่ชุดเต็ม และไม่มีไฟล์เสียง จึงใช้ดูรูปแบบข้อสอบได้ แต่ใช้ฝึกฟังต่อเนื่องหรือจับเวลาเต็มชุดไม่ได้

ตัวอย่างสัปดาห์: คนทำงานเป็นกะ กับแม่ลูกเล็ก

ตัวอย่างนี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียน ไม่ใช่ตารางตายตัว จุดสำคัญคือ "นับชุด" และ "รู้ล่วงหน้าว่าจะทำชุดไหน"

คนทำงานเป็นกะ มีวันละ 15–20 นาที

วันสภาพชุดที่เลือก
วันกะเช้าว่างช่วงพักกลางวันประมาณ 15 นาทีชุด A
วันกะบ่ายว่างก่อนเข้างานชุด B (ใส่หูฟัง)
วันกะดึกหลังเลิกงาน เหนื่อยชุด C หรือแค่ทวนคำศัพท์ 5 นาที
วันหยุดว่างยาวเวลายาวของสัปดาห์ (ตามตารางด้านบน)

เป้าหมายที่ทำได้จริงคือ สัปดาห์ละประมาณ 6–8 ชุด + เวลายาว 1 ครั้ง ถ้าสัปดาห์ไหนกะหนักจนทำได้แค่ 3 ชุด ก็ไม่ต้องชดเชยทั้งหมด แค่กลับมาทำต่อ

แม่ลูกเล็ก มีเวลาตอนลูกนอน วันละประมาณ 30 นาที

ช่วงชุดที่เลือกหมายเหตุ
15 นาทีแรกหลังลูกหลับชุด Aทำเงียบได้ ใช้มือถือมือเดียวก็ทำได้
15 นาทีถัดไป (ถ้าลูกยังหลับ)ชุด B หรือ Dใส่หูฟังข้างเดียวไว้ฟังเสียงลูกได้
ถ้าลูกตื่นกลางทางหยุดได้ทันทีใช้แอปที่หยุดแล้วงานที่ทำไว้ไม่หาย
วันหยุดที่มีคนช่วยดูลูกเวลายาวของสัปดาห์แจ้งคนในบ้านล่วงหน้า

ถ้าเป้าหมายคือกลับไปทำงาน ควรเช็กก่อนว่าตำแหน่งที่อยากสมัครต้องใช้คะแนนเท่าไร แล้วค่อยประมาณว่าต้องใช้เวลากี่เดือน บทความ TOEIC 550 สำหรับสมัครงาน อ่านเองกี่เดือน มีตารางประมาณเวลาตามคะแนนตอนนี้

เลือกแอปเตรียม TOEIC สำหรับคนเวลาน้อย: ดู 5 เรื่องนี้

คนที่มีเวลาสั้นและถูกขัดบ่อย ควรดูแอปจากมุมนี้มากกว่าดูแค่ว่ามีข้อสอบกี่ชุด

เรื่องที่ควรดูทำไมสำคัญวิธีเช็ก
ชุดหนึ่งสั้นไหมถ้าชุดเดียวยาว 30 นาที ก็ใช้กับเวลา 15 นาทีไม่ได้ดูว่าเลือกจำนวนข้อหรือฝึกแยก Part ได้ไหม
หยุดกลางทางแล้วงานหายไหมลูกตื่น ถูกเรียกเข้างาน เกิดขึ้นบ่อยลองเริ่มทำแล้วออกกลางชุด ดูว่าคำตอบยังอยู่ไหม
คำอธิบายเป็นภาษาไทยไหมเวลาน้อย ไม่ควรเสียเวลาไปกับการแปลคำอธิบายลองทำผิดสัก 1 ข้อ แล้วเปิดคำอธิบายดู
ไม่ต้องคิดว่าวันนี้ทำอะไรลดเวลาที่เสียไปกับการเลือกดูว่าแอปเสนอชุดของวันนั้นให้หรือไม่
ฟรีแค่ไหนจะได้รู้ว่าวันละ 15–30 นาทีพอกับส่วนฟรีไหมอ่านหน้าราคาว่าส่วนฟรีจำกัดอะไรบ้าง

เรื่อง "หยุดแล้วงานหายไหม" ควรลองเองตั้งแต่วันแรก เพราะแต่ละแอปจัดการต่างกัน บางแอปบันทึกคำตอบไว้แต่จบชุดนั้น บางแอปให้ทำต่อจากข้อเดิม และบางแอปต้องเริ่มใหม่ ถ้าอยากเทียบแอปและเว็บฟรีที่มีคำอธิบายภาษาไทยหลายตัว ดูบทความ ข้อสอบ TOEIC ฟรี เฉลยภาษาไทย แอปฝึกฟรีอันไหนดี

ใช้ Otteric ในวันละ 15–30 นาที

Otteric เป็นแอปเตรียมสอบ TOEIC L&R ที่ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้ง ใช้มือถือเครื่องเดียวได้ เมื่อเทียบกับ 5 เรื่องข้างบน เป็นแบบนี้ (ตรวจสอบเมื่อ 28 ตุลาคม 2569)

  • ก่อนสมัคร: แบบทดสอบวัดระดับ 14 ข้อ ประมาณ 6 นาที ทั้ง Listening และ Reading ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องใช้บัตร ผลที่ได้คือช่วงคะแนนโดยประมาณตอนนี้ และผลราย Part (ความเห็นสั้น ๆ ว่าแต่ละ Part เป็นอย่างไร) ไม่ใช่คะแนนทางการ แบบทดสอบนี้ไม่มีการบันทึกกลางทาง ถ้าหยุดต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น จึงควรทำตอนที่มีเวลาว่างต่อเนื่องสัก 6 นาที ถ้าอยากเก็บผลไว้ต้องสมัครสมาชิกฟรี
  • ฝึกฟรีวันละ 3 ชุด ชุดละ 5–10 นาที รวมแล้วประมาณ 15–30 นาที ตรงกับเวลาของทั้งสองตัวอย่างข้างบน เลือกได้ทั้งชุดโจทย์แนะนำที่แอปเลือกให้ตาม Part ที่ยังอ่อนและจังหวะที่ควรทบทวน (ไม่ต้องคิดว่าวันนี้ทำอะไร) หรือฝึกแยกตาม Part เช่น ทำ Part 5 อย่างเดียว ครบ 3 ชุดแล้ววันนั้นเริ่มชุดใหม่ไม่ได้ วันรุ่งขึ้นจะทำได้อีก ส่วนการทบทวน ประวัติการเรียน และสมุดคำศัพท์ ยังใช้ได้แม้ในวันที่ครบ 3 ชุดแล้ว
  • หยุดกลางชุดได้ คำตอบที่ทำไปแล้วและบันทึกโจทย์ที่ทำจะถูกเก็บไว้ แต่ชุดนั้นจะจบตรงนั้น ไม่ได้ทำต่อจากข้อเดิม และถ้าตอบไปแล้วอย่างน้อย 1 ข้อ จะนับเป็น 1 ใน 3 ชุดของวันนั้น
  • คำอธิบายพร้อมไฮไลต์จุดที่บอกคำตอบ และคำแปลภาษาไทย ใช้กับชุด A และชุด C ได้ตรง ๆ
  • สมุดคำศัพท์สูงสุด 100 คำ ใช้กับ 5 นาทีแรกของชุด A ได้ ถ้าเกิน 100 คำ จะเพิ่มคำใหม่ไม่ได้ แต่ยังทวนคำที่บันทึกไว้ได้
  • ข้อสอบจำลอง 30 ข้อ (ประมาณ 18 นาที) เดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง ใช้แทนเวลายาวของสัปดาห์ในช่วงแรกได้ ข้อสอบจำลองหยุดพักแล้วกลับมาทำต่อได้ภายใน 24 ชั่วโมง (ถ้าปล่อยไว้ 10 นาทีจะหยุดพักให้อัตโนมัติ) รอบที่เริ่มแล้วนับเป็น 1 ครั้งของเดือน แม้หยุดกลางคันหรือทิ้งไป ถ้าตอบอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของแต่ละส่วน Listening และ Reading จะได้คะแนนคาดการณ์
  • ปฏิทินการเรียนย้อนหลัง 14 วัน ใช้ดูว่าสัปดาห์นี้ทำไปกี่ชุดแล้ว เข้ากับวิธี "นับชุด"

แพ็กเกจฟรีใช้ได้ไม่จำกัดเวลา ไม่ต้องใช้บัตรเครดิตสมัคร ส่วนที่เกินจากนี้เป็นพรีเมียม ราคา ฿191/เดือน หรือ ฿1,614/ปี (เฉลี่ยประมาณ ฿135/เดือน) ตามราคา ณ ตุลาคม 2569 ได้แก่ ฝึกทำโจทย์ ข้อสอบจำลอง และสมุดคำศัพท์ไม่จำกัด ข้อสอบจำลอง 4 ขนาด (30, 50, 100 และ 200 ข้อ) และปฏิทินการเรียนทั้งหมด ยกเลิกได้ทุกเมื่อ หลังยกเลิกยังใช้ฟีเจอร์ฟรีได้

วิธีเริ่มที่ง่ายที่สุดคือใช้ 6 นาทีของช่วงว่างครั้งถัดไปทำแบบทดสอบวัดระดับ 14 ข้อก่อน ดูช่วงคะแนนและผลราย Part แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะใช้ชุดไหนเป็นชุดหลัก ถ้าอยากรู้ว่าแบบทดสอบฟรีที่อื่นต่างกันอย่างไร ดู แบบทดสอบ TOEIC ฟรี วัดระดับก่อนสมัครสอบ

Otteric ทำอะไรไม่ได้

  • ไม่มีครูหรือคนคอยตรวจ ถ้าต้องการคนวางแผนและติดตามให้ คอร์สที่มีผู้สอนจะเหมาะกว่า
  • ไม่มีบทเรียนไวยากรณ์ตั้งแต่พื้นฐานและไม่มีวิดีโอบทเรียน ถ้าพื้นฐานไวยากรณ์อ่อนมาก ใช้หนังสือไวยากรณ์บาง ๆ 1 เล่มคู่กับชุด A ได้
  • ไม่มี TOEIC Speaking/Writing และไม่มี IELTS หรือ TOEFL ถ้างานที่สมัครต้องใช้ผล Speaking/Writing ต้องหาแหล่งฝึกอื่น
  • ข้อสอบจำลอง 200 ข้อเป็นพรีเมียม ถ้าไม่อยากจ่าย ให้ใช้หนังสือข้อสอบเสมือนจริงที่มีไฟล์เสียง หรือเว็บที่ให้ทำชุดเต็มฟรี (ตัวอย่างทางการจากหน้าเตรียมสอบของ ETS มีแค่ 60 ข้อและไม่มีไฟล์เสียง จึงใช้แทนชุดเต็มไม่ได้)
  • คะแนนจากแอปใช้ยื่นสมัครงานไม่ได้ ต้องสอบจริงกับ CPA (Thailand)

แหล่งข้อมูล (ตรวจสอบเมื่อ 28 ตุลาคม 2569)

คำถามที่พบบ่อย

ทำงานเป็นกะ เวลาว่างไม่แน่นอน เตรียม TOEIC วันละ 15–20 นาทีได้ไหม?

ได้ ข้อเสนอของบทความนี้คือไม่ล็อกเวลา แต่เตรียมชุดฝึก 15 นาทีไว้ 3–4 แบบ เช่น คำศัพท์ 5 นาที + Part 5 อีก 10 นาที หรือฟัง Part 2 ประมาณ 10 ข้อ แล้วเลือกตามสภาพวันนั้น นับเป้าหมายเป็นจำนวนชุดต่อสัปดาห์ และหาเวลายาวสัปดาห์ละครั้งเพื่อฝึกฟังต่อเนื่อง 45 นาทีหรืออ่านแบบจับเวลา 75 นาที

แม่ลูกเล็กมีเวลาแค่ตอนลูกนอนวันละ 30 นาที ควรใช้แอปแบบไหน?

ดูว่าชุดหนึ่งสั้นไหม หยุดกลางทางแล้วงานที่ทำไว้หายไหม คำอธิบายเป็นภาษาไทยไหม และส่วนฟรีพอกับ 30 นาทีไหม ตัวอย่างเช่น Otteric ฝึกได้ฟรีวันละ 3 ชุด ชุดละ 5–10 นาที มีคำอธิบายภาษาไทย หยุดกลางชุดแล้วคำตอบที่ทำไว้ยังถูกเก็บ แต่ชุดนั้นจะจบตรงนั้น

Part ไหนของ TOEIC เหมาะกับการฝึกวันละ 15 นาที?

Part 1, Part 2 และ Part 5 ข้อสั้นจึงเหมาะที่สุด Part 3, 4 และ 6 ทำได้ถ้าทำทีละ 1–2 บท ส่วน Part 7 ชุดหลายข้อความใช้เวลานาน และการฟังต่อเนื่อง 45 นาทีหรือการแบ่งเวลาส่วนการอ่าน 75 นาที ต้องฝึกในวันที่มีเวลายาว

ฝึกแต่ชุดสั้น ๆ ทุกวัน พอสำหรับวันสอบจริงไหม?

ไม่พอทั้งหมด เพราะวันสอบต้องฟังต่อเนื่อง 45 นาทีและอ่าน 100 ข้อใน 75 นาที (ตามหน้าเว็บของ CPA Thailand ตรวจเมื่อ 28 ตุลาคม 2569) ควรหาเวลายาวสัปดาห์ละครั้ง และทำข้อสอบเต็มชุด 200 ข้อ 120 นาทีอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสอบ

แบบทดสอบวัดระดับของ Otteric ใช้เวลาเท่าไร หยุดกลางทางได้ไหม?

14 ข้อ ประมาณ 6 นาที ทำได้ก่อนสมัครสมาชิกและไม่ต้องใช้บัตร ผลเป็นช่วงคะแนนโดยประมาณตอนนี้กับผลราย Part หยุดกลางทางได้ แต่ไม่มีการบันทึกกลางทาง ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น ถ้าอยากเก็บผลต้องสมัครสมาชิกฟรี

แพ็กเกจฟรีของ Otteric พอสำหรับวันละ 30 นาทีไหม?

ฝึกได้วันละ 3 ชุด ชุดละ 5–10 นาที รวมประมาณ 15–30 นาที ข้อสอบจำลอง 30 ข้อเดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง สมุดคำศัพท์ 100 คำ และปฏิทินการเรียนย้อนหลัง 14 วัน ถ้าอยากฝึกเกินวันละ 3 ชุดหรือทำข้อสอบจำลอง 50–200 ข้อ ต้องเป็นพรีเมียม ราคา ฿191/เดือน หรือ ฿1,614/ปี ณ ตุลาคม 2569