TOEIC 550 สำหรับสมัครงาน อ่านเองกี่เดือน? เกณฑ์จากประกาศรับสมัครจริง เวลาที่ควรเผื่อ และ 2 สัปดาห์ก่อนสอบ

ทีมบรรณาธิการ Otteric ・ เผยแพร่

สรุปสั้น ๆ

ขึ้นกับคะแนนตอนนี้และเวลาที่อ่านได้ต่อวัน ไม่มีตารางทางการจาก ETS หรือ CPA (Thailand) ตารางที่มักถูกอ้างถึง (ดัดแปลงจาก Saegusa, 1985) ระบุว่า จาก 450 ไป 550 ใช้ราว 225 ชั่วโมง และ จาก 350 ไป 550 ใช้ราว 450 ชั่วโมง แต่เป็นชั่วโมงเรียนในคอร์สอบรมภาษาอังกฤษของคนทำงานญี่ปุ่นเมื่อปี 1985 (จึงไม่แน่ว่าข้อสอบตอนนั้นจะเหมือนปัจจุบัน) ไม่ใช่ชั่วโมงอ่านเอง ถ้ายืมตัวเลขนี้มาใช้กับการอ่านเอง จาก 450 วันละ 1 ชั่วโมงคือประมาณ 7.5 เดือน วันละ 2 ชั่วโมงประมาณ 4 เดือน ใช้วางแผนคร่าว ๆ เท่านั้น เกณฑ์ 550 มีอยู่ในประกาศรับสมัครงานจริง เช่น ประกาศรับสมัครงานของ กฟผ. ที่ 13/2569 กำหนดให้ผู้สมัครวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปมี TOEIC แบบ Personal ไม่น้อยกว่า 550 คะแนน อายุผลสอบไม่เกิน 2 ปี และต้องมีคะแนนผ่านเกณฑ์แล้ว ในวันที่ยื่นใบสมัคร บางตำแหน่งกำหนดสูงกว่านั้น (ตรวจสอบเมื่อ 27 ตุลาคม 2569) ช่วง 2 สัปดาห์ก่อนสอบ ให้ทำข้อสอบเต็มชุดแบบจับเวลา 2 ครั้ง และใช้วันที่อยู่ระหว่างนั้นแก้ Part ที่อ่อน

"สมัครงานต้องใช้ TOEIC 550 ขึ้นไป อ่านเองต้องใช้เวลานานแค่ไหน" คำถามนี้ตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ เพราะคนที่ได้ 450 กับคนที่ได้ 300 ต้องเพิ่มคะแนนต่างกัน 2.5 เท่า (100 กับ 250 คะแนน) และคนที่อ่านได้วันละ 30 นาทีกับวันละ 2 ชั่วโมง ใช้เวลาต่างกันถึง 4 เท่า

บทความนี้สรุปเกณฑ์ TOEIC จากประกาศรับสมัครงานจริง วิธีประมาณเวลาจากคะแนนตอนนี้ และวิธีใช้ 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบ ข้อมูลการสอบตรวจสอบจากเว็บไซต์ CPA (Thailand) ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ TOEIC ในประเทศไทย และประกาศรับสมัครงานตรวจสอบจากหน้ารับสมัครงานของ กฟผ. เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569

งานที่ใช้ TOEIC 550: ตัวอย่างจากประกาศรับสมัครจริง

เกณฑ์ TOEIC ไม่มีมาตรฐานกลางที่ทุกบริษัทใช้ แต่ละองค์กรและแต่ละตำแหน่งกำหนดเอง ตัวอย่างที่ตรวจสอบได้คือประกาศฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพัฒนาองค์การ ที่ 13/2569 เรื่อง การรับสมัครงาน ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งลิงก์จากหน้ารับสมัครงานของ กฟผ. กำหนดให้ผู้สมัครที่ใช้คุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป มีผลสอบภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

การสอบเกณฑ์ที่ กฟผ. กำหนด (ประกาศที่ 13/2569)
TOEIC (แบบ Personal)ไม่น้อยกว่า 550 คะแนน (เต็ม 990)
TOEFL (iBT)ไม่น้อยกว่า 60 คะแนน (เต็ม 120)
IELTSไม่น้อยกว่า 4.5 คะแนน (เต็ม 9.0)
CU-TEPไม่น้อยกว่า 60 คะแนน (เต็ม 120)
TU-GET (PBT)ไม่น้อยกว่า 500 คะแนน (เต็ม 1,000)

เงื่อนไขในประกาศเดียวกันที่คนอ่านเองควรรู้:

  • ผลสอบต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่สอบ (Test Date) จนถึงวันที่ยื่นใบสมัคร
  • ต้องมีคะแนนผ่านเกณฑ์แล้วในวันที่ยื่นใบสมัคร ไม่ใช่สอบทีหลังแล้วค่อยส่ง รอบปี 2569 (ปิดรับสมัครแล้ว) เปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน ถึง 10 กรกฎาคม 2569 ถ้าเพิ่งเริ่มอ่านตอนประกาศออกและยังต้องเพิ่มคะแนนอีกมาก มักไม่ทัน
  • TOEIC ต้องเป็นการสอบแบบส่วนบุคคล (Personal) เท่านั้น ในเว็บไซต์ CPA (Thailand) การสอบ "ในนามบุคคลทั่วไป (Personal)" แยกกับการสอบในนามองค์กรหรือสถาบันการศึกษา ถ้าเคยสอบผ่านมหาวิทยาลัยหรือบริษัท ควรเช็กว่าผลสอบนั้นใช้ได้หรือไม่
  • บางตำแหน่งกำหนดสูงกว่า 550 ในรายละเอียดแนบท้ายประกาศ ตำแหน่งวิทยากร ระดับ 4 (รหัส G09323) กำหนด TOEIC ไม่น้อยกว่า 800 คะแนนหรือเทียบเท่า

ประกาศของ กฟผ. เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่ง ก่อนเริ่มอ่านควรเปิดประกาศขององค์กรที่อยากสมัคร แล้วจด 4 อย่าง คือ คะแนนขั้นต่ำของตำแหน่งนั้น ประเภทผลสอบที่รับ อายุผลสอบ และช่วงเวลาเปิดรับสมัคร ถ้ายังไม่มีประกาศรอบใหม่ ให้ดูประกาศรอบล่าสุดเป็นแนวทาง

550 คะแนนอยู่ระดับไหน

ข้อสอบ TOEIC Listening & Reading มี 200 ข้อ ใช้เวลา 120 นาที (ฟัง 45 นาที อ่าน 75 นาที) คะแนนเต็ม 990 แยกเป็นการฟัง 495 และการอ่าน 495 ตามหน้ารูปแบบข้อสอบของ CPA (Thailand) คะแนนรวม 550 อาจเป็นการฟัง 300 + การอ่าน 250 (เป็นแค่ตัวอย่าง แต่ละคนแบ่งไม่เท่ากัน) คำอธิบายระดับคะแนนของ ETS อธิบายระดับนี้ไว้ประมาณนี้

ส่วนระดับสิ่งที่มักทำได้สิ่งที่มักยังทำไม่ได้
การฟังประมาณ 300เข้าใจรายละเอียดในบทสนทนาสั้นเมื่อคำศัพท์ไม่ยากหรือยากปานกลางจับข้อมูลในบทยาวที่ต้องเชื่อมหลายจุด ข้อมูลที่ถูกพูดแบบเปลี่ยนคำ
การอ่านประมาณ 250หาคำตอบได้เมื่อคำในเนื้อหาตรงกับคำในคำถามข้อที่ต้องตีความจากการเปลี่ยนคำ หรือต้องเชื่อมข้อมูลเกิน 2 ประโยค

ข้อความในตารางสรุปจากเอกสารของ ETS ส่วนต่อไปนี้เป็นการตีความของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อความของ ETS: สิ่งที่ต้องเพิ่มเพื่อไปถึง 550 น่าจะเป็นคำศัพท์ระดับกลาง การอ่านโครงสร้างประโยค และการฟังข้อสั้นให้ทัน มากกว่าเทคนิคเฉพาะของข้อสอบ

คู่มือผู้สอบของ ETS ระบุว่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการวัด (SEM) อยู่ที่ประมาณ 25 คะแนนต่อส่วน คะแนนแต่ละครั้งขยับขึ้นลงได้ ถ้าเกณฑ์คือ 550 ควรฝึกให้ทำข้อสอบเสมือนจริงได้เกิน 550 ไว้สักหน่อยก่อนไปสอบจริง

อ่านเองกี่เดือน: ประมาณจากคะแนนตอนนี้

ไม่มีตารางทางการจาก ETS หรือ CPA (Thailand) ที่บอกว่าต้องใช้กี่ชั่วโมง ตัวเลขที่มักถูกอ้างถึงมาจากงานของ Saegusa (1985) ซึ่งตามบทความของ Hashimoto (2021) มหาวิทยาลัยคานาซาวะ เป็นข้อมูล ชั่วโมงเรียนในคอร์สอบรมภาษาอังกฤษของคนทำงานในญี่ปุ่น ไม่ใช่ชั่วโมงอ่านเอง ตารางด้านล่างนำมาจากบทความของ Scott E. Bingham ในวารสารของ Miyazaki Municipal University ซึ่งหมายเหตุใต้ตารางว่าดัดแปลงจาก Saegusa (1985) ตัวเลขตรงกับค่าที่ Hashimoto ยกมาในฐานะตารางของ Trew (2007) จึงน่าจะเป็นตารางเดียวกัน (Hashimoto ยังชี้ว่าตัวเลขในตารางนี้คำนวณย้อนกลับจากงานต้นฉบับได้ยาก) ตารางนี้นำเวลาไปถึง 550 มาคำนวณเป็นเดือน (1 เดือน = 30 วัน) โดยยืมชั่วโมงเรียนในคอร์สมาใช้แทนชั่วโมงอ่านเอง

คะแนนตอนนี้ชั่วโมงเรียนในคอร์สถึง 550ถ้าใช้เป็นชั่วโมงอ่านเอง วันละ 30 นาทีวันละ 1 ชม.วันละ 2 ชม.เน้นอะไร
250ประมาณ 700 ชม.ประมาณ 47 เดือนประมาณ 23 เดือนประมาณ 12 เดือนไวยากรณ์พื้นฐาน คำศัพท์ Part 1–2
350ประมาณ 450 ชม.ประมาณ 30 เดือนประมาณ 15 เดือนประมาณ 7.5 เดือนคำศัพท์ Part 5 Part 1–2
450ประมาณ 225 ชม.ประมาณ 15 เดือนประมาณ 7.5 เดือนประมาณ 4 เดือนPart 5 Part 3–4 และทำ Part 7 ให้ทันเวลา

อ่านตารางนี้อย่างไร:

  • เป็นตัวเลขวางแผน ไม่ใช่คำสัญญา ตัวเลขนี้เป็นชั่วโมงเรียนในคอร์ส ไม่ใช่ชั่วโมงอ่านเอง มาจากข้อมูลปี 1985 ในญี่ปุ่น จึงไม่แน่ว่าข้อสอบในตอนนั้นจะเหมือนข้อสอบปัจจุบัน จำนวนเดือนจึงเป็นการยืมชั่วโมงเรียนในคอร์สมาเป็นตัวเลขอ้างอิง นอกจากนี้บทความของ Bingham ยังอ้างถึง TOEIC Service International (1999) ว่าต้องฝึกภาษาอย่างน้อย 100 ชั่วโมงจึงจะเห็นคะแนนเปลี่ยนจริง ซึ่งเป็นการอ้างต่อจากบทความนั้น ไม่ได้ตรวจสอบจากเอกสารต้นฉบับ
  • ถ้าอยากให้เร็วขึ้น สิ่งที่ปรับได้คือเวลาต่อวัน วันละ 1 ชั่วโมงกับ 2 ชั่วโมงต่างกัน 2 เท่า ถ้าวันธรรมดาได้แค่ 30 นาที ลองเพิ่มเวลาวันเสาร์อาทิตย์แทน
  • ถ้าคะแนนอยู่ระหว่างแถว เช่น 500 ให้มองว่าอยู่ระหว่าง 450 กับ 550 ซึ่งตารางนี้ไม่ได้ให้ตัวเลขไว้ การทำข้อสอบเต็มชุดแบบจับเวลาเดือนละครั้งจะบอกได้ดีกว่าว่าตัวเองเดินหน้าเร็วแค่ไหน

ก่อนวางแผน ถ้าคะแนนล่าสุดเก่าเกิน 2 ปี (เกินอายุรับรองของผลคะแนน) หรือยังไม่เคยสอบ ให้วัดระดับก่อน โดยใช้แบบทดสอบวัดระดับ หรือข้อสอบเต็มชุดในหนังสือที่มีไฟล์เสียงและตารางแปลงคะแนน ส่วนตัวอย่างข้อสอบ TOEIC Listening and Reading (PDF) ที่ดาวน์โหลดฟรีจากหน้าเตรียมสอบ เท่าที่ตรวจสอบไม่มีไฟล์เสียงและตารางแปลงคะแนนมาด้วย จึงเหมาะกับการดูรูปแบบข้อสอบมากกว่า

วางแผนย้อนจากวันปิดรับสมัคร

เพราะหลายองค์กรอย่าง กฟผ. ต้องการให้มีคะแนนผ่านเกณฑ์แล้วในวันยื่นใบสมัคร แผนจึงควรเริ่มจาก วันปิดรับสมัคร แล้วนับย้อนกลับ

  1. ดูว่าต้องได้คะแนนก่อนวันไหน ถ้าประกาศรอบใหม่ยังไม่ออก ให้ใช้ช่วงเวลาของรอบล่าสุดเป็นแนวทาง
  2. เผื่อให้สอบได้อย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้ดูว่าใกล้เกณฑ์แค่ไหน ครั้งที่สองใช้เก็บคะแนน CPA กำหนดว่าจองสอบครั้งถัดไปได้หลังผลสอบครั้งล่าสุดออกแล้ว และผู้สอบสัญชาติไทยต้องเว้นระยะหลังวันสอบ: รอบ In-House 3 วันปฏิทิน รอบ Public 5 วันปฏิทิน (หน้า Public มีอีกจุดหนึ่งเขียนว่า 3 วัน ควรถามตอนจอง) ผลสอบของครั้งที่สอบซ้ำภายในระยะเว้นจะเป็นโมฆะและไม่คืนค่าสอบ
  3. เลือกรอบสอบที่ได้ผลเร็ว ข้อมูลจาก CPA (Thailand)
In-House แบบกระดาษ (Institutional)Public Test
ผลคะแนนใช้กับใช้งานภายในประเทศใช้งานทั้งในประเทศและต่างประเทศ
วันสอบจันทร์–เสาร์ ตามตารางสอบเดือนละ 1 ครั้ง
ค่าสอบในนามบุคคลทั่วไป1,800 บาท2,000 บาท
รับผลที่ศูนย์สอบกรุงเทพฯ1 วันทำการหลังวันสอบ (รอบวันเสาร์ 2 วันทำการ)4 วันทำการหลังวันสอบ
การจองทาง Call Center ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทำการ (ไม่รับจองทางอีเมล)เหมือนกัน

CPA ระบุว่าผลคะแนน TOEIC ได้รับการรับรอง 2 ปีนับจากวันสอบ ถ้าจะใช้ผลสอบสมัครหลายที่ภายใน 2 ปี การสอบให้ผ่านเกณฑ์ไว้ก่อนจะทำให้ไม่ต้องรีบตอนประกาศออก

2 สัปดาห์ก่อนสอบ: ทำเต็มชุด 2 ครั้ง แก้ Part ที่อ่อนตรงกลาง

ช่วง 2 สัปดาห์สุดท้าย ไม่ใช่ช่วงเริ่มหนังสือเล่มใหม่ แต่เป็นช่วง หาจุดที่เสียคะแนนแล้วแก้ ตัวอย่างการแบ่งวัน

ช่วงทำอะไรเวลาโดยประมาณ
วันที่ 14ทำข้อสอบเต็มชุด 200 ข้อแบบจับเวลา 2 ชั่วโมง ไม่หยุดพัก2 ชม. + ตรวจ
วันที่ 13–9เลือก Part ที่เสียคะแนนมากที่สุด 2 Part มาแก้ ข้อที่ผิดให้ทำใหม่จนอธิบายเหตุผลได้วันละ 1–2 ชม.
วันที่ 8–7ทำข้อสอบเต็มชุดชุดที่ 2 แล้วตรวจว่า Part ที่แก้ดีขึ้นไหม2 ชม. + ตรวจ
วันที่ 6–2ฝึกทำ Part 5–6 ให้เร็วขึ้น เพื่อเหลือเวลาให้ Part 7 และฟัง Part 2 ที่เคยผิดวันละ 1 ชม.
วันก่อนสอบไม่ทำชุดใหม่ ทบทวนข้อที่เคยทำแล้ว เตรียมเอกสารและเช็กทางไปศูนย์สอบ30 นาที

จุดที่ช่วยเพิ่มคะแนนได้ในช่วงสั้น:

  • แบ่งเวลาส่วนการอ่าน การอ่านมี 100 ข้อใน 75 นาที เฉลี่ยข้อละ 45 วินาที คนที่ได้ประมาณ 450–500 มักทำ Part 7 ไม่ทัน ตัวอย่างหนึ่งคือ Part 5 ประมาณ 10 นาที Part 6 ประมาณ 8 นาที แล้วเหลือเวลาให้ Part 7 (ไม่ใช่การแบ่งเวลาทางการ ให้ปรับตามผลการทำเต็มชุด)
  • ฝนให้ครบทุกข้อ คู่มือของ ETS ระบุว่าคะแนนคิดจากจำนวนข้อที่ตอบถูก ตอบผิดไม่ถูกหักคะแนน และนับเฉพาะคำตอบที่ฝนในกระดาษคำตอบ
  • ฝึกทำโดยไม่จดโน้ตในข้อสอบ คู่มือของ ETS ห้ามขีดเส้นใต้หรือจดโน้ตในเล่มข้อสอบ ควรฝึกตอนทำเต็มชุดให้ชินกับการไม่เขียน

วันสอบ: สิ่งที่ CPA (Thailand) กำหนด

  • ไปถึงศูนย์สอบ 1 ชั่วโมงก่อนรอบสอบ เคาน์เตอร์เช็กอินปิด 10 นาทีก่อนเวลารอบสอบ ถ้ามาไม่ทันอาจไม่ได้เข้าสอบ และมีค่าปรับที่ต้องจ่ายตอนสอบครั้งถัดไป (In-House 500 บาท Public 2,000 บาท)
  • หลักฐานแสดงตนต้องเป็นฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ สำหรับคนไทยคือบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่สมาร์ตการ์ด (บัตรแข็ง) หรือหนังสือเดินทาง ชื่อภาษาอังกฤษและวันเกิดที่ใช้สมัครต้องตรงกับหลักฐาน
  • เลือกวิธีรับผลก่อนเข้าห้องสอบ จะรับที่ศูนย์หรือส่งทาง EMS (มีค่าธรรมเนียม ชำระเป็นเงินสดในวันสอบ) เปลี่ยนหลังเข้าห้องสอบไม่ได้ ผลสอบรับได้ภายใน 90 วัน
  • ชำระค่าสอบในวันสอบ ด้วยเงินสด บัตรเครดิต หรือ QR code

เลือกหนังสือและแอปอย่างไร

ประเภทใช้ตอนไหนควรดูอะไร
ตัวอย่างข้อสอบและคู่มือของ ETS (ฟรี)ดูรูปแบบข้อสอบและคำสั่งก่อนสอบเป็นรูปแบบทางการ แต่เท่าที่ตรวจสอบไม่มีไฟล์เสียงและตารางแปลงคะแนนมาด้วย
หนังสือ/แอปคำศัพท์ TOEICทุกวันตลอดช่วงอ่านมีเสียงอ่าน ใช้ชุดเดียวแล้ววนซ้ำ
หนังสือไวยากรณ์ถ้าคะแนนตอนนี้ต่ำกว่าประมาณ 400บางพอจะอ่านจบ
แอปฝึกทำข้อสอบฝึกทุกวันทีละน้อยครบ Part 1–7 ไหม มีคำอธิบายภาษาไทยไหม ฝึกแยก Part ได้ไหม ฟรีแค่ไหน
ข้อสอบเสมือนจริง 200 ข้อวัดระดับ ทำเต็มชุดเดือนละ 1–2 ครั้ง และ 2 ครั้งใน 2 สัปดาห์สุดท้ายมีไฟล์เสียง เฉลย และตารางแปลงคะแนน

คนทำงานหรือคนที่กำลังหางานมักไม่มีเวลาอ่านทีละ 2 ชั่วโมงทุกวัน วิธีที่ทำได้จริงกว่าคือ กำหนดเป็นจำนวนข้อ ไม่ใช่จำนวนชั่วโมง เช่น "Part 5 วันละ 10 ข้อ" หรือ "Part 2 วันละ 1 ชุด" แล้วผูกกับช่วงเวลาที่มีทุกวัน เช่น ตอนเดินทางหรือช่วงพักกลางวัน

ทำแบบเดียวกันใน Otteric

Otteric เป็นแอปเตรียมสอบ TOEIC L&R ที่ใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้งแอป ใช้กับแผนในบทความนี้ได้ดังนี้

  • ตั้งวันสอบแล้วแอปจะวางแผนโจทย์ให้ตามวันที่เหลือก่อนสอบ ชุดฝึกประจำวันชุดละ 5–10 นาที AI เลือกโดยดู Part ที่อ่อน จังหวะการทบทวน และจำนวนวันที่เหลือ เหมาะกับการ "กำหนดเป็นจำนวนข้อ" ในช่วงที่มีเวลาน้อย
  • แบบทดสอบวัดระดับประมาณ 6 นาที ทำได้ก่อนสมัครสมาชิก บอกช่วงคะแนนและ Part ที่ควรแก้ก่อน
  • ฝึกแยก Part 1–7 พร้อมคำอธิบายภาษาไทย Part 5 มีคำอธิบายว่าทำไมตอบข้อนั้น ส่วน Part 3–4 และ Part 6–7 คำอธิบายจะไฮไลต์จุดในบทสนทนาหรือบทความที่บอกคำตอบ ใช้กับช่วงวันที่ 13–9 ที่ต้องแก้ Part ที่อ่อน
  • ข้อสอบจำลอง 4 ขนาด 30 ข้อ (ประมาณ 18 นาที) ถึง 200 ข้อเท่าข้อสอบจริง (ประมาณ 120 นาที) หยุดกลางคันได้ และแสดงคะแนนที่คาดว่าจะได้ (แพ็กเกจฟรีทำข้อสอบจำลอง 30 ข้อได้เดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง ส่วน 50, 100 และ 200 ข้อเป็นพรีเมียม) วันที่ไม่มีเวลา 2 ชั่วโมง ใช้ชุดสั้นเช็กการแบ่งเวลาได้

แพ็กเกจฟรีไม่ต้องใช้บัตรเครดิตสมัคร และใช้ได้ตลอดไป ได้แก่ ฝึกทำโจทย์วันละ 3 ชุด (ใช้กับชุดโจทย์แนะนำหรือฝึกแยกตาม Part ก็ได้) ข้อสอบจำลอง 30 ข้อ เดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง สมุดคำศัพท์สูงสุด 100 คำ แบบทดสอบวัดระดับประมาณ 6 นาที คะแนนคาดการณ์และกราฟพัฒนาการ และคำอธิบายพร้อมคำแปลภาษาไทย ปฏิทินการเรียนดูย้อนหลังได้ 2 สัปดาห์ (โจทย์ที่ทำแล้วและคำอธิบายเปิดดูซ้ำได้ตลอดจากประวัติการเรียน) แพ็กเกจพรีเมียมราคา ฿191/เดือน หรือ ฿1,614/ปี (เฉลี่ยประมาณ ฿135/เดือน) ตามราคา ณ เดือนตุลาคม 2026 ฝึกทำโจทย์ ข้อสอบจำลอง และสมุดคำศัพท์ได้ไม่จำกัด เลือกข้อสอบจำลองได้ทั้ง 4 ขนาด (30, 50, 100 และ 200 ข้อ) และดูปฏิทินการเรียนได้ทั้งหมด ยกเลิกได้ทุกเมื่อ และหลังยกเลิกยังใช้ฟีเจอร์ฟรีได้ตามเดิม

สิ่งที่ Otteric ไม่มีคือบทเรียนไวยากรณ์ตั้งแต่พื้นฐานแบบหนังสือ และการฝึกฝนกระดาษคำตอบจริง ก่อนสอบควรทำข้อสอบแบบกระดาษพร้อมจับเวลาอย่างน้อย 1 ครั้ง

เลือกตามสถานการณ์

  • ได้ประมาณ 450 และมีเวลา 4–8 เดือนก่อนปิดรับสมัคร เน้น Part 5 Part 3–4 และการแบ่งเวลาส่วนการอ่าน ทำข้อสอบเต็มชุดเดือนละครั้งเพื่อดูความเร็ว
  • ได้ประมาณ 350 หรือต่ำกว่า เริ่มจากไวยากรณ์พื้นฐานกับคำศัพท์ และวางแผนเป็นปี ถ้าประกาศที่อยากสมัครรับข้อสอบอื่นด้วย ลองดูว่าข้อสอบไหนเหมาะกับเราที่สุด
  • ยังไม่เคยสอบ หรือคะแนนเก่าเกิน 2 ปี ทำแบบทดสอบวัดระดับ หรือข้อสอบเต็มชุดในหนังสือที่มีไฟล์เสียงและตารางแปลงคะแนนก่อน แล้วใช้ตารางด้านบนประมาณเวลา
  • เหลือ 2 สัปดาห์ก่อนสอบ ไม่เริ่มหนังสือใหม่ ทำเต็มชุด 2 ครั้ง ตรงกลางแก้ Part ที่อ่อน 2 Part
  • ต้องใช้คะแนนสมัครงานเร็วที่สุด สอบรอบ In-House ที่รับผลได้เร็ว และเช็กก่อนว่าองค์กรรับผลสอบแบบไหน (เช่น ต้องเป็นแบบ Personal)

แหล่งข้อมูล (ตรวจสอบเมื่อ 27 ตุลาคม 2569)

คำถามที่พบบ่อย

สมัครงานต้องใช้ TOEIC 550 ขึ้นไป อ่านเองต้องใช้เวลานานแค่ไหน?

ขึ้นกับคะแนนตอนนี้และเวลาต่อวัน ไม่มีตารางทางการจาก ETS หรือ CPA ตารางที่มักถูกอ้างถึง (ดัดแปลงจาก Saegusa, 1985) ระบุว่าจาก 450 ไป 550 ใช้ราว 225 ชั่วโมง และจาก 350 ใช้ราว 450 ชั่วโมง แต่เป็นชั่วโมงเรียนในคอร์สอบรมของคนทำงานญี่ปุ่นเมื่อปี 1985 ไม่ใช่ชั่วโมงอ่านเอง ถ้ายืมมาใช้กับการอ่านเอง จาก 450 วันละ 1 ชั่วโมงคือประมาณ 7.5 เดือน จึงใช้วางแผนคร่าว ๆ เท่านั้น

องค์กรไหนใช้เกณฑ์ TOEIC 550 บ้าง?

แต่ละองค์กรกำหนดเอง ตัวอย่างเช่น ประกาศรับสมัครงานของ กฟผ. ที่ 13/2569 กำหนดให้ผู้สมัครวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปมี TOEIC แบบ Personal ไม่น้อยกว่า 550 คะแนน หรือผลสอบอื่นที่ผ่านเกณฑ์ แต่บางตำแหน่ง เช่น วิทยากร ระดับ 4 กำหนดไม่น้อยกว่า 800 ควรเช็กเกณฑ์ของตำแหน่งที่จะสมัคร

TOEIC แบบ Personal คืออะไร?

เว็บไซต์ CPA (Thailand) เรียกการสอบในนามบุคคลทั่วไปว่า Personal ซึ่งแยกจากการสอบในนามองค์กรหรือสถาบันการศึกษา ถ้าประกาศรับสมัครกำหนดว่าต้องเป็นแบบ Personal เท่านั้น ผลสอบที่สอบผ่านมหาวิทยาลัยหรือบริษัทอาจใช้ไม่ได้ ควรเช็กกับองค์กรที่สมัคร

สอบ TOEIC แล้วได้ผลเร็วแค่ไหน?

ตามเว็บไซต์ CPA (Thailand) รอบ In-House แบบกระดาษที่ศูนย์สอบกรุงเทพฯ รับผลได้ 1 วันทำการหลังวันสอบ (รอบวันเสาร์ 2 วันทำการ) ส่วนรอบ Public รับได้ 4 วันทำการหลังวันสอบ ค่าสอบในนามบุคคลทั่วไปคือ 1,800 บาทและ 2,000 บาทตามลำดับ (ณ 27 ตุลาคม 2569)

อีก 2 อาทิตย์จะสอบ TOEIC ควรเตรียมตัวยังไงให้คะแนนขึ้นเร็วที่สุด?

ทำข้อสอบเต็มชุด 200 ข้อแบบจับเวลาทันที แล้วเลือก Part ที่เสียคะแนนมากที่สุด 2 Part มาแก้ ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนสอบทำเต็มชุดอีกครั้ง ช่วงท้ายฝึก Part 5–6 ให้เร็วขึ้นเพื่อเหลือเวลาให้ Part 7 และฝนคำตอบให้ครบทุกข้อ เพราะตอบผิดไม่ถูกหักคะแนน

วันสอบ TOEIC ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

CPA (Thailand) กำหนดให้ไปถึงศูนย์สอบ 1 ชั่วโมงก่อนรอบสอบ เคาน์เตอร์เช็กอินปิด 10 นาทีก่อนเวลาสอบ และต้องนำหลักฐานแสดงตนฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ เช่น บัตรประชาชน ใบขับขี่สมาร์ตการ์ด หรือหนังสือเดินทาง วิธีรับผลต้องเลือกก่อนเข้าห้องสอบ

ผลสอบ TOEIC ใช้สมัครงานได้กี่ปี?

CPA (Thailand) ระบุว่าผลคะแนนได้รับการรับรอง 2 ปีนับจากวันสอบ และองค์กรอาจกำหนดเอง เช่น กฟผ. ให้ผลสอบมีอายุไม่เกิน 2 ปีนับจากวันสอบถึงวันยื่นใบสมัคร

Otteric ช่วยเตรียม TOEIC 550 สำหรับสมัครงานได้อย่างไร?

ตั้งวันสอบแล้วแอปจะวางแผนชุดฝึกชุดละ 5–10 นาทีให้ตามวันที่เหลือก่อนสอบ มีแบบทดสอบวัดระดับประมาณ 6 นาที ฝึกแยก Part 1–7 พร้อมคำอธิบายภาษาไทย และข้อสอบจำลองหลายขนาด (แพ็กเกจฟรีทำข้อสอบจำลอง 30 ข้อได้เดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง ส่วน 50, 100 และ 200 ข้อเป็นพรีเมียม) แต่ไม่มีบทเรียนไวยากรณ์ตั้งแต่พื้นฐาน