ไม่ซื้อคอร์ส ใช้แอปฟรีฝึก TOEIC เองพอไหม? พอ 3 อย่าง ไม่พอ 3 อย่าง (สำหรับคนพื้นฐานอ่อน)
ทีมบรรณาธิการ Otteric ・ เผยแพร่
สรุปสั้น ๆ
ไม่ซื้อคอร์สแล้วใช้แอปฟรีฝึก TOEIC เองได้ แต่ แอปฟรีอย่างเดียวพอแค่บางส่วน ส่วนที่ของฟรีทำได้ดีคือ ทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ ท่องคำศัพท์ และฝึกโจทย์สั้น ๆ ทุกวัน ส่วนที่มักต้องใช้เงินหรือใช้เวลามากขึ้นมี 3 อย่าง คือ ไวยากรณ์ตั้งแต่พื้นฐานแบบเป็นระบบ ข้อสอบเต็มชุด 200 ข้อ 120 นาทีแบบจับเวลา และคนที่ถามหรือตรวจให้ได้ เช่น ตัวอย่างข้อสอบทางการของ ETS ที่ดาวน์โหลดฟรีมีแค่ 60 ข้อ ไม่ใช่ 200 ข้อ และเงินที่เลี่ยงไม่ได้คือค่าสอบจริงกับ CPA (Thailand) 1,800 บาท (In-House) หรือ 2,000 บาท (Public) ตรวจสอบเมื่อ 28 ตุลาคม 2569 ถ้าอยากรู้ระดับตัวเองก่อนวางแผน Otteric มีแบบทดสอบ 14 ข้อ ประมาณ 6 นาที ทำได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก
“ถ้าไม่ซื้อคอร์ส ใช้แอปฟรีฝึก TOEIC เองพอไหม พื้นฐานอ่อน” เป็นคำถามที่ตอบแค่ “พอ” หรือ “ไม่พอ” ไม่ได้ เพราะการเตรียม TOEIC มีหลายงานซ้อนกันอยู่ บางงานของฟรีทำได้ดีพอ ๆ กับของเสียเงิน บางงานแอปฟรีแทบช่วยไม่ได้ และคนพื้นฐานอ่อนมักติดอยู่ที่งานกลุ่มหลังนี้
บทความนี้จึงไม่ได้เทียบว่าแอปไหนดีกว่า (เรื่องนั้นอยู่ในบทความเทียบแหล่งฝึก TOEIC ฟรีที่มีคำอธิบายภาษาไทย) แต่แยกให้เห็นว่า ของฟรีพอตรงไหน ไม่พอตรงไหน แล้ววางลำดับการเรียนด้วยของฟรีเป็นหลักสำหรับคนพื้นฐานอ่อน ข้อมูลเรื่องข้อสอบและค่าสอบตรวจจากเว็บไซต์ของ CPA (Thailand) และ ETS เมื่อ 28 ตุลาคม 2569 ส่วนลำดับการเรียนและตัวเลขเวลาที่แนะนำเป็น ข้อเสนอของบทความนี้ ไม่ใช่ข้อมูลทางการ
แอปฟรีอย่างเดียวพอไหม: แยกเป็นงาน ๆ
ก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อคอร์สหรือไม่ ลองแยกการเตรียมสอบออกเป็น 6 งาน แล้วดูว่าแต่ละงานของฟรีพอหรือไม่
| งานที่ต้องทำ | ของฟรีพอไหม | ถ้าไม่พอ ต้องใช้อะไรเพิ่ม |
|---|---|---|
| รู้จักรูปแบบข้อสอบ (Part 1–7 คำสั่ง เวลา) | พอ หน้าเว็บ CPA และตัวอย่างข้อสอบของ ETS ฟรี | — |
| ท่องคำศัพท์ | พอ แอปคำศัพท์หรือสมุดคำศัพท์ในแอปฝึกโจทย์ส่วนใหญ่ใช้ได้ฟรีในระดับหนึ่ง | เวลา (ต้องวนซ้ำหลายรอบ) |
| ฝึกโจทย์สั้น ๆ ทุกวัน แยก Part | พอ ถ้าแอปให้ฝึกฟรีทุกวันและมีคำอธิบายที่อ่านเข้าใจ | — (แต่แอปฟรีมักจำกัดจำนวนต่อวัน) |
| ไวยากรณ์ตั้งแต่พื้นฐานอย่างเป็นระบบ | มักไม่พอ แอปฝึกโจทย์อธิบายเป็นรายข้อ ไม่ได้สอนเรียงบท | หนังสือไวยากรณ์ 1 เล่ม (เงิน) หรือยืมห้องสมุด/ใช้สื่อสอนฟรีที่เรียงบทไว้ (เวลาในการหาและจัดลำดับเอง) |
| ข้อสอบเต็มชุด 200 ข้อ 120 นาที แบบจับเวลา | ของฟรีมีจำกัด ตัวอย่างทางการของ ETS มี 60 ข้อ และบางแห่งให้ทำชุดเต็มเฉพาะในแผนเสียเงิน | หนังสือข้อสอบเสมือนจริงที่มีไฟล์เสียง หรือแผนเสียเงินของแอป หรือเว็บที่ให้ทำชุดเต็มฟรี (ต้องเช็กเงื่อนไขเอง) |
| มีคนตอบคำถามหรือช่วยดูว่าเข้าใจผิดตรงไหน | ไม่มีในแอปฟรี | ครู/ติวเตอร์/คอร์ส (เงิน) หรือกลุ่มอ่านหนังสือกับเพื่อน อาจารย์ที่มหาวิทยาลัย (เวลา) |
สรุปจากตาราง: ครึ่งบนของตารางใช้ของฟรีได้เลย ส่วนครึ่งล่างคือจุดที่ต้องเลือกว่าจะ จ่ายเงิน หรือ จ่ายด้วยเวลา คนพื้นฐานอ่อนไม่จำเป็นต้องซื้อคอร์สทั้งหมด แต่ควรรู้ตั้งแต่แรกว่า 3 แถวล่างคือจุดที่การเรียนเองมักสะดุด
ของฟรีที่เป็นของทางการ มีอะไรบ้าง
ของฟรีที่เชื่อถือได้ที่สุดคือของผู้ออกข้อสอบ (ETS) และผู้จัดสอบในไทย (CPA Thailand) เราเปิดดูเองแล้วสรุปได้ดังนี้
- รูปแบบข้อสอบ หน้ารูปแบบข้อสอบของ CPA (Thailand) ระบุว่า TOEIC Listening & Reading มี 200 ข้อ ใช้เวลา 120 นาที (ฟัง 45 นาที อ่าน 75 นาที) เป็นปรนัยฝนกระดาษคำตอบ คะแนนเต็ม 990 (ฟัง 495 อ่าน 495)
- ตัวอย่างข้อสอบ หน้าเตรียมสอบของ ETS มีไฟล์ TOEIC Listening and Reading Sample Tests (PDF) ให้ดาวน์โหลดฟรี เราเปิดไฟล์แล้วนับจากหน้าเฉลยได้ 60 ข้อ (ฟัง 30 อ่าน 30) เลขข้อเรียงแบบข้อสอบจริง (เช่น ข้อ 1–2, 7–10, 101–105) จึงเป็นตัวอย่างบางส่วนของทุก Part ไม่ใช่ชุดเต็ม ในไฟล์มีหน้าเฉลยคำตอบ (Sample Form Correct Answers) และสคริปต์ของส่วนฟัง (Sample Form Script) แต่ไม่มีคำอธิบายรายข้อ และในหน้าที่ตรวจไม่พบไฟล์เสียงให้ดาวน์โหลด
- คู่มือผู้สอบ หน้าเดียวกันมี Examinee Handbook (PDF) อธิบายรูปแบบและกติกาการสอบ
- ของทางการที่ไม่ฟรี หน้าเดียวกันของ ETS แนะนำ Official Learning and Preparation Course Online (มี 3 โมดูลตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงขั้นสูง) และหนังสือเตรียมสอบ โดยให้ติดต่อสำนักงานตัวแทนในพื้นที่ (EPN) เพื่อสั่งซื้อ หน้าเว็บไม่ได้ระบุราคา
ข้อสรุปคือ ของทางการที่ฟรีใช้ “ดูหน้าตาข้อสอบ” ได้ดี แต่ใช้ฝึกจริงจังหรือประเมินคะแนนไม่ได้ เพราะมีแค่ 60 ข้อ ไม่มีตารางแปลงคะแนน และไม่มีคำอธิบาย
เงินที่เลี่ยงไม่ได้: ค่าสอบจริง
ต่อให้เตรียมด้วยของฟรีทั้งหมด ค่าสอบเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องมีอยู่ดี ตามหน้าเว็บของ CPA (Thailand) ที่ตรวจเมื่อ 28 ตุลาคม 2569
| ประเภทการสอบ | ค่าสอบ (บุคคลทั่วไป) | การรับผลที่ศูนย์สอบกรุงเทพฯ |
|---|---|---|
| In-House (แบบกระดาษ) | 1,800 บาท | 1 วันทำการหลังวันสอบ (รอบวันเสาร์ 2 วันทำการ) |
| Public Test | 2,000 บาท | 4 วันทำการหลังวันสอบ |
ทั้งสองแบบชำระได้ด้วยเงินสด บัตรเครดิต หรือ QR code ในวันสอบ รอบ In-House จองผ่าน Call Center ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทำการ ถ้าสอบผ่านมหาวิทยาลัยหรือองค์กร ค่าสอบอาจต่างจากนี้ ให้ถามหน่วยงานของตัวเอง
มุมมองที่ใช้ได้คือ ค่าสอบหนึ่งครั้งเป็นเงินที่มากกว่าแอปหรือหนังสือหลายตัว การสอบโดยยังไม่พร้อมจึงเป็นค่าใช้จ่ายที่แพงที่สุด ของการเรียนแบบประหยัด (ความเห็นของผู้เขียน) ก่อนสมัครสอบควรมีข้อมูลระดับตัวเองก่อน (ดูบทความแบบทดสอบวัดระดับ TOEIC ฟรี)
พื้นฐานอ่อน ใช้ของฟรีเป็นหลัก ควรเรียนตามลำดับไหน
ลำดับต่อไปนี้เป็น ข้อเสนอของบทความนี้ สำหรับคนที่อ่านได้วันละประมาณ 30–60 นาที และอยากใช้เงินให้น้อยที่สุด ไม่มีข้อมูลทางการจาก ETS หรือ CPA ที่บอกว่าแต่ละขั้นต้องใช้กี่สัปดาห์ จำนวนสัปดาห์ด้านล่างจึงเป็นแค่ตัวอย่างการจัดเวลา ความเร็วของแต่ละคนต่างกันมาก
| ขั้น | ช่วงเวลา (ตัวอย่าง) | ทำอะไร | ใช้ของฟรีได้ไหม |
|---|---|---|---|
| 1. ดูระดับและหน้าตาข้อสอบ | สัปดาห์แรก | ทำแบบทดสอบวัดระดับสั้น ๆ 1 ครั้ง แล้วเปิดตัวอย่างข้อสอบ ETS ดูคำสั่งทุก Part | ได้ทั้งหมด |
| 2. ไวยากรณ์พื้นฐาน + ศัพท์ | สัปดาห์ที่ 2–8 | อ่านไวยากรณ์ให้จบ 1 รอบ (ชนิดของคำ ประธาน–กริยา tense) และท่องศัพท์ทุกวัน | ศัพท์ได้ ไวยากรณ์แบบเรียงบทมักต้องใช้หนังสือ |
| 3. ฝึกตามรูปแบบข้อสอบ | ทำคู่กับขั้น 2 ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 | เริ่มที่ Part 5 (ประโยคเดียว) และ Part 1–2 (ฟังสั้น) วันละ 1–3 ชุดสั้น ๆ | ได้ ถ้าแอปให้ฝึกฟรีทุกวัน |
| 4. ขยายไป Part ยาว | เมื่อ Part 5 อธิบายเหตุผลได้มากขึ้น | เพิ่ม Part 3–4 และ Part 6–7 ทีละน้อย | ได้ |
| 5. ข้อสอบเต็มชุดจับเวลา | อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสมัครสอบ | ทำ 200 ข้อ 120 นาทีรวดเดียว แล้วกลับไปแก้ Part ที่เสียคะแนนมากที่สุด | ของฟรีมีจำกัด อาจต้องใช้หนังสือหรือแผนเสียเงิน หรือหาเว็บที่ให้ทำชุดเต็มฟรี |
ทำไมต้องเริ่มที่ Part 5 กับ Part 1–2
Part 5 มี 30 ข้อ ข้อละประโยคเดียว ทำแล้วรู้ทันทีว่าผิดเพราะไม่รู้ศัพท์หรือเพราะอ่านโครงสร้างประโยคไม่ออก จึงเป็นตัวเชื่อมระหว่างการอ่านไวยากรณ์กับการทำข้อสอบได้ดีที่สุด ส่วน Part 1 (6 ข้อ) และ Part 2 (25 ข้อ) เป็นการฟังสั้น ๆ ที่คนพื้นฐานอ่อนเริ่มได้โดยไม่ท้อ (จำนวนข้อตามหน้ารูปแบบข้อสอบของ CPA)
ตัวอย่างการใช้เวลาวันละ 30–45 นาที
- 10 นาที ท่องศัพท์ชุดเดิมวนซ้ำ ฟังเสียงไปด้วย
- 10–20 นาที ฝึกโจทย์ชุดสั้น 1–2 ชุด แล้ว อ่านคำอธิบายทุกข้อ รวมถึงข้อที่ตอบถูก
- 10–15 นาที (วันเว้นวัน) อ่านไวยากรณ์ 1 หัวข้อ หรือกลับไปเปิดบทที่เกี่ยวกับข้อที่ทำผิดวันนี้
ถ้ามีเวลามากกว่านี้ ให้เพิ่มเวลาไวยากรณ์ก่อนเพิ่มจำนวนข้อ คนพื้นฐานอ่อนที่ทำโจทย์เยอะแต่ไม่เข้าใจโครงสร้างประโยค มักผิดซ้ำแบบเดิม (ความเห็นของผู้เขียน)
ถ้าเกณฑ์คือ TOEIC 600 เพื่อยื่นจบ และอยากเห็นแผนยาวหลายเดือนกับตัวเลขชั่วโมงเรียนที่มีงานวิจัยอ้างอิง ดูบทความ TOEIC 600 ยื่นจบ พื้นฐานอ่อนเริ่มจากตรงไหน
3 จุดที่การเรียนฟรีอย่างเดียวมักสะดุด และทางแก้
1. ไวยากรณ์ไม่ต่อกันเป็นระบบ แอปฝึกโจทย์อธิบายเป็นรายข้อ เช่น “ข้อนี้ต้องใช้คำนามเพราะอยู่หลัง the” ซึ่งช่วยได้ แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าชนิดของคำมีอะไรบ้าง คำอธิบายแบบนี้จะอ่านแล้วไม่ติด ทางแก้ที่ถูกที่สุดคือหนังสือไวยากรณ์พื้นฐาน บาง ๆ 1 เล่ม อ่านให้จบรอบแรกโดยไม่ต้องจำได้หมด ถ้าไม่อยากซื้อ ลองยืมจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยหรือห้องสมุดประชาชน แต่อย่าใช้หลายแหล่งสลับกันจนไม่จบสักแหล่ง
2. ไม่เคยทำเต็ม 200 ข้อก่อนสอบ ส่วนการอ่านมี 100 ข้อใน 75 นาที คนที่ฝึกแต่ชุดสั้นมักทำ Part 7 ไม่ทันในวันสอบจริง ของฟรีที่เป็นทางการมีแค่ตัวอย่าง 60 ข้อ จึงควรวางแผนไว้ว่าจะทำชุดเต็มจากที่ไหนอย่างน้อย 1–2 ครั้ง เช่น หนังสือข้อสอบเสมือนจริงที่มีไฟล์เสียงและตารางแปลงคะแนน หรือเว็บที่ให้ทำชุดเต็มฟรี (เราเทียบเงื่อนไขของแต่ละเว็บไว้ในบทความแบบทดสอบวัดระดับ TOEIC ฟรี)
3. ไม่มีคนให้ถาม ถ้าอ่านคำอธิบายแล้วยังไม่เข้าใจ แอปตอบเพิ่มให้ไม่ได้ ทางที่ไม่ต้องเสียเงินคือจดข้อที่ไม่เข้าใจไว้แล้วถามอาจารย์หรือเพื่อนที่เก่งกว่าเป็นครั้งคราว หรือรวมกลุ่มอ่านหนังสือ
ถ้าคิดจะใช้ ChatGPT ช่วยอธิบายแทนคนสอน ดูว่าใช้แทนได้แค่ไหนและควรระวังอะไรในบทความใช้ ChatGPT ฝึก TOEIC แทนการซื้อคอร์ส
สัญญาณว่าถึงเวลาควรจ่ายเงิน (ข้อเสนอของบทความนี้)
- อ่านคำอธิบายแล้วไม่เข้าใจซ้ำ ๆ ในเรื่องเดิม เช่น tense หรือชนิดของคำ มาหลายสัปดาห์ → ซื้อหนังสือไวยากรณ์หรือเรียนคอร์สไวยากรณ์สั้น ๆ คุ้มกว่าคอร์ส TOEIC เต็มรูปแบบ
- ทำข้อสอบจำลองแล้วคะแนนไม่ขยับมาประมาณ 2 เดือน → ให้คนที่สอนได้ช่วยดูว่าผิดเพราะอะไร
- เหลือเวลาน้อยก่อนกำหนดยื่นคะแนน และยังไม่เคยทำเต็มชุด → ซื้อข้อสอบเสมือนจริงหรือแผนที่มีชุดเต็ม
ถ้าต้องจ่ายแค่อย่างเดียว ลำดับที่แนะนำคือ หนังสือไวยากรณ์พื้นฐาน → ข้อสอบเสมือนจริงพร้อมไฟล์เสียง → คอร์ส เพราะสองอย่างแรกแก้จุดที่ของฟรีมักทำได้ไม่ครบ ส่วนคอร์สช่วยเรื่องคนสอนและวินัย ซึ่งบางคนจำเป็น บางคนไม่จำเป็น ถ้ารู้ตัวว่าเรียนเองแล้วไม่ต่อเนื่อง หรืออยากให้มีคนตรวจการบ้านทุกสัปดาห์ คอร์สก็เป็นทางเลือกที่เร็วกว่า
แอปฟรีตัวไหนดี
บทความนี้ไม่ได้เทียบแอปแต่ละตัว ถ้ากำลังเลือก ให้ดูบทความเทียบแหล่งฝึก TOEIC ฟรีที่มีคำอธิบายภาษาไทย ซึ่งตรวจขอบเขตของส่วนที่ฟรี ภาษาของคำอธิบาย และจำนวนข้อของแต่ละแหล่งไว้ สิ่งที่ควรเช็กสำหรับแผนในบทความนี้มีแค่ 3 ข้อ
- ฟรีทุกวันไหม ไม่ใช่ฟรีแค่ช่วงทดลอง 7 วัน เพราะขั้น 2–4 กินเวลาหลายสัปดาห์
- คำอธิบายอ่านเข้าใจไหม สำหรับคนพื้นฐานอ่อน คำอธิบายสำคัญกว่าจำนวนข้อ ลองทำ 5 ข้อแล้วเปิดดูก่อน
- ฝึกแยก Part ได้ไหม เพราะช่วงแรกควรเน้น Part 5 และ Part 1–2
ใช้ Otteric เป็นแอปฟรีในแผนนี้ได้แค่ไหน
Otteric เป็นแอปเตรียมสอบ TOEIC L&R ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้ง ใช้แทนขั้น 1, 3 และ 4 ของตารางข้างบนได้ด้วยแพ็กเกจฟรี
- ก่อนสมัคร: แบบทดสอบวัดระดับ 14 ข้อ ประมาณ 6 นาที ไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ผลที่ได้คือช่วงคะแนนโดยประมาณตอนนี้ และผลราย Part (ความเห็นสั้น ๆ ต่อแต่ละ Part) ไม่ใช่คะแนนละเอียดระดับ 1 แต้ม ถ้าอยากเก็บผลไว้ต้องสมัครสมาชิกฟรี
- ฝึกโจทย์วันละ 3 ชุด ชุดละ 5–10 นาที ใช้กับชุดโจทย์แนะนำที่ AI เลือกให้ หรือฝึกแยกตาม Part ก็ได้ ครบ 3 ชุดแล้ววันนั้นเริ่มชุดใหม่ไม่ได้ ต้องรอวันถัดไป แต่ทบทวน ดูประวัติการเรียน และสมุดคำศัพท์ยังใช้ได้
- คำอธิบายภาษาไทย พร้อมไฮไลต์จุดในโจทย์ที่เป็นหลักฐานของคำตอบ และคำแปลภาษาไทย
- ข้อสอบจำลอง 30 ข้อ (ประมาณ 18 นาที) เดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง (ครั้งที่เริ่มแล้วหยุดหรือทิ้งกลางคันก็นับ) ถ้าตอบอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของข้อทั้งในส่วน Listening และ Reading จะได้คะแนนคาดการณ์
- สมุดคำศัพท์ 100 คำ ครบแล้วเพิ่มคำใหม่ไม่ได้ แต่ยังทบทวนคำที่บันทึกไว้ได้
- ปฏิทินการเรียนย้อนหลัง 14 วัน และใช้แพ็กเกจฟรีได้ไม่มีวันหมดอายุ
สิ่งที่อยู่นอกแพ็กเกจฟรีคือ ข้อสอบจำลอง 50, 100 และ 200 ข้อ การฝึก ข้อสอบจำลอง และสมุดคำศัพท์แบบไม่จำกัด และปฏิทินการเรียนทั้งหมด ซึ่งเป็นของพรีเมียม ราคา ฿191/เดือน หรือ ฿1,614/ปี (เฉลี่ยประมาณ ฿135/เดือน ราคา ณ ตุลาคม 2569) ยกเลิกได้ทุกเมื่อ และหลังยกเลิกยังใช้ฟีเจอร์ฟรีได้ตามเดิม ถ้าทำตามแผนในบทความนี้ ขั้น 5 (ชุดเต็ม 200 ข้อ) คือจุดเดียวที่ Otteric ฟรีไม่ครอบคลุม
ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองควรเริ่มที่ขั้นไหน ลองทำแบบทดสอบ 6 นาทีก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะใช้ของฟรีอย่างเดียว หรือจะเพิ่มหนังสือหรือคอร์ส
Otteric ทำอะไรไม่ได้
- ไม่มีบทเรียนไวยากรณ์ตั้งแต่พื้นฐานแบบเรียงบท มีแต่คำอธิบายรายข้อ ขั้น 2 จึงควรใช้หนังสือไวยากรณ์คู่กัน
- ไม่มีครูหรือคนตอบคำถาม ไม่มีการตรวจการบ้านหรือวิดีโอบรรยาย ถ้าต้องการคนสอน คอร์สหรือติวเตอร์เหมาะกว่า
- ข้อสอบจำลอง 200 ข้อเป็นพรีเมียม ถ้าไม่อยากจ่าย ให้ใช้หนังสือข้อสอบเสมือนจริงหรือเว็บที่ให้ทำชุดเต็มฟรี
- ไม่ได้รวมข้อสอบทางการของ ETS และไม่มี TOEIC Speaking/Writing หรือข้อสอบอื่น เช่น IELTS ถ้าอยากเห็นข้อสอบทางการ ใช้ไฟล์ตัวอย่างของ ETS
- ผลจาก Otteric ใช้ยื่นแทนคะแนนจริงไม่ได้ ต้องสอบกับ CPA (Thailand)
เลือกตามสถานการณ์
- พื้นฐานอ่อนมาก ไม่รู้คะแนนตัวเอง วัดระดับสั้น ๆ ก่อน แล้วเริ่มขั้น 2 ด้วยไวยากรณ์ 1 เล่มกับศัพท์ 1 ชุด ใช้แอปฟรีฝึก Part 5 และ Part 1–2 คู่กัน
- มีเวลาหลายเดือน วินัยดี ใช้ของฟรีเป็นหลักได้ จ่ายแค่ค่าหนังสือไวยากรณ์ ข้อสอบเสมือนจริง และค่าสอบ
- เรียนเองแล้วไม่ต่อเนื่อง หรืออยากมีคนตรวจ คอร์สหรือติวเตอร์คุ้มกว่าการพยายามต่อด้วยของฟรี
- ใกล้กำหนดยื่นแล้ว ทำข้อสอบเต็มชุดจับเวลาให้ได้อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสมัครสอบ และเช็กรอบสอบกับ CPA
แหล่งข้อมูล (ตรวจสอบเมื่อ 28 ตุลาคม 2569)
- CPA (Thailand): รูปแบบข้อสอบและคะแนน, In-House (แบบกระดาษ), Public Test
- ETS: หน้าเตรียมสอบ TOEIC Listening and Reading, TOEIC Listening and Reading Sample Tests (PDF), Examinee Handbook (PDF)
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ซื้อคอร์ส ใช้แอปฟรีฝึก TOEIC เองพอไหม ถ้าพื้นฐานอ่อน?
พอสำหรับบางส่วน แอปฟรีใช้ทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ ท่องศัพท์ และฝึกโจทย์สั้น ๆ ทุกวันได้ดี แต่มักไม่พอสำหรับไวยากรณ์ตั้งแต่พื้นฐานแบบเป็นระบบ ข้อสอบเต็มชุด 200 ข้อแบบจับเวลา และการมีคนตอบคำถาม คนพื้นฐานอ่อนจึงควรใช้หนังสือไวยากรณ์ 1 เล่มคู่กับแอปฟรี และวางแผนทำชุดเต็มอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสอบ
ข้อสอบตัวอย่างทางการของ ETS ฟรีครบ 200 ข้อไหม?
ไม่ครบ ไฟล์ TOEIC Listening and Reading Sample Tests ที่ดาวน์โหลดฟรีจากหน้าเตรียมสอบของ ETS มี 60 ข้อ (ฟัง 30 อ่าน 30) ตามที่นับจากหน้าเฉลยเมื่อ 28 ตุลาคม 2569 มีเฉลยคำตอบและสคริปต์ส่วนฟัง แต่ไม่มีคำอธิบายรายข้อ จึงเหมาะกับการดูรูปแบบข้อสอบมากกว่าการประเมินคะแนน
เตรียม TOEIC แบบไม่เสียเงินเลยได้ไหม?
การเตรียมตัวใช้ของฟรีเป็นหลักได้ แต่ค่าสอบจริงเลี่ยงไม่ได้ ตามเว็บไซต์ CPA (Thailand) ที่ตรวจเมื่อ 28 ตุลาคม 2569 รอบ In-House แบบกระดาษ 1,800 บาท และรอบ Public 2,000 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป ถ้าสอบผ่านมหาวิทยาลัยหรือองค์กร ค่าสอบอาจต่างจากนี้
ถ้าจะจ่ายเงินแค่อย่างเดียว ควรจ่ายกับอะไร?
ข้อเสนอของบทความนี้คือหนังสือไวยากรณ์พื้นฐานก่อน เพราะเป็นส่วนที่แอปฟรีสอนแบบเรียงบทไม่ได้ อย่างที่สองคือข้อสอบเสมือนจริง 200 ข้อพร้อมไฟล์เสียงและตารางแปลงคะแนน ส่วนคอร์สเหมาะกับคนที่เรียนเองแล้วไม่ต่อเนื่อง หรืออยากให้มีคนตรวจและตอบคำถาม
Otteric ใช้ฟรีได้แค่ไหน?
แบบทดสอบวัดระดับ 14 ข้อ ประมาณ 6 นาที ทำได้ก่อนสมัครสมาชิก แพ็กเกจฟรีไม่มีวันหมดอายุ ฝึกได้วันละ 3 ชุด ชุดละ 5–10 นาที มีคำอธิบายภาษาไทยพร้อมไฮไลต์หลักฐาน ข้อสอบจำลอง 30 ข้อเดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง สมุดคำศัพท์ 100 คำ ส่วนข้อสอบจำลอง 50, 100, 200 ข้อและการใช้แบบไม่จำกัดเป็นพรีเมียม ฿191 ต่อเดือน หรือ ฿1,614 ต่อปี
Otteric สอนไวยากรณ์ตั้งแต่พื้นฐานไหม?
ไม่ได้สอนแบบเรียงบท Otteric มีคำอธิบายรายข้อพร้อมคำแปลภาษาไทย แต่ไม่มีบทเรียนไวยากรณ์ วิดีโอบรรยาย หรือครูให้ถาม คนพื้นฐานอ่อนควรใช้หนังสือไวยากรณ์พื้นฐาน 1 เล่มคู่กัน