ท่องศัพท์ TOEIC ยังไงให้จำได้ ท่องแล้วลืม เจอคำที่ไม่เคยเห็น: ทบทวนเว้นระยะ + เดาจากบริบท
ทีมบรรณาธิการ Otteric ・ เผยแพร่
สรุปสั้น ๆ
ท่องแล้วลืมเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่าความจำไม่ดี สิ่งที่ช่วยได้จริงคือ 2 อย่าง คือ ทบทวนแบบเว้นระยะ (กลับมาทวนคำเดิมหลังผ่านไป 1 วัน หลายวัน และหลายสัปดาห์) กับฝึก "นึกให้ออกเอง" แทนการอ่านซ้ำ งานวิจัยที่ทดลองกับการท่องคำศัพท์ภาษาต่างประเทศพบว่า การทดสอบตัวเองต่อหลังจำได้แล้วช่วยให้จำได้นานขึ้นมาก ส่วนการอ่านทวนต่อแทบไม่ช่วย (Karpicke & Roediger, Science, 2008) ส่วนคำที่ไม่เคยเห็นในข้อสอบ ไม่มีใครท่องครบทุกคำได้ งานวิจัยด้านการอ่านเสนอว่าถ้ารู้คำในบทอ่านราว 95–98% ก็พอเข้าใจเรื่องได้ ที่เหลือต้องใช้การเดาความหมายจากบริบท และเก็บคำจากโจทย์ที่ทำผิดมาท่องเพิ่ม จำนวนคำต่อวันให้คำนวณย้อนจากวันสอบ เช่น ถ้ามี 800 คำและเหลือ 60 วัน ตกวันละประมาณ 17–18 คำใหม่ (เป็นข้อเสนอของบทความนี้ ไม่ใช่ตัวเลขทางการ) ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 28 ตุลาคม 2569
"ท่องศัพท์ TOEIC ยังไงให้จำได้ ท่องแล้วลืมตลอด พอไปทำข้อสอบก็เจอคำที่ไม่เคยเห็นอีก" ปัญหานี้จริง ๆ มี 2 เรื่องซ้อนกันอยู่ เรื่องแรกคือ คำที่ท่องแล้วหลุดหายไป ซึ่งแก้ได้ด้วยวิธีท่อง เรื่องที่สองคือ คำที่ไม่เคยท่องเลยโผล่มาในข้อสอบ ซึ่งแก้ด้วยการท่องให้มากขึ้นอย่างเดียวไม่ได้ เพราะยังไงก็ท่องไม่ครบ ต้องใช้ทักษะอีกแบบ
บทความนี้แยกตอบทีละเรื่อง โดยวิธีท่องอ้างอิงจากงานวิจัยด้านความจำที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ส่วนขอบเขตคำศัพท์ของข้อสอบอ้างอิงจากคู่มือผู้สอบของ ETS (ผู้จัดทำข้อสอบ TOEIC) ส่วนตัวเลขจำนวนคำต่อวันและตารางทบทวน เป็นข้อเสนอของบทความนี้ ไม่ได้มาจากงานวิจัยหรือ ETS โดยตรง
ทำไมท่องศัพท์แล้วลืม
สาเหตุที่พบบ่อยไม่ใช่เพราะความจำไม่ดี แต่เพราะ วิธีท่องทำให้รู้สึกว่าจำได้ ทั้งที่ยังจำไม่ได้จริง
- อ่านทวนซ้ำ ๆ เห็นคำกับความหมายคู่กันหลายรอบจะรู้สึกคุ้น แต่ความคุ้นตาไม่เท่ากับการนึกความหมายออกเองตอนที่ไม่มีคำแปลให้ดู ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำในห้องสอบ
- ท่องทีเดียวเยอะ ๆ ในวันเดียวแล้วไม่กลับมาดู วันนั้นจำได้ แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็หาย เพราะไม่มีรอบทบทวนตามมา
- ท่องแค่คำเดี่ยว ไม่เห็นในประโยค จำได้ว่า "invoice = ใบแจ้งหนี้" แต่พอเจอในอีเมลยาว ๆ ใน Part 7 กลับไม่ทันนึก
ในงานวิจัยของ Karpicke และ Roediger (2008) ผู้เรียนยังทำนายผลของตัวเองไม่ตรงกับผลจริง คือไม่รู้ตัวว่าการทดสอบตัวเองช่วยมากแค่ไหน ความรู้สึกว่า "อ่านแล้วน่าจะจำได้" จึงเชื่อไม่ได้เสมอไป
วิธีท่องศัพท์ TOEIC ให้จำได้นาน: 2 หลักที่มีงานวิจัยรองรับ
1. ทบทวนแบบเว้นระยะ (spaced repetition)
งานวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) ของ Cepeda และคณะ (Psychological Bulletin, 2006) รวบรวมผลการทดลองเรื่องการเว้นระยะการเรียน 839 ผลการวัด จาก 317 การทดลองใน 184 บทความ ข้อสรุปหลักคือ การเรียนที่แบ่งเป็นหลายรอบโดยเว้นระยะ ช่วยให้จำได้ดีกว่าการอัดรวดเดียว และ ระยะห่างที่เหมาะสมจะยาวขึ้นตามระยะเวลาที่ต้องจำ พูดง่าย ๆ คือ ถ้าต้องใช้คำนี้ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ระยะห่างระหว่างรอบทบทวนก็ควรยาวกว่าการเตรียมสอบย่อยพรุ่งนี้
2. ฝึกนึกให้ออกเอง (retrieval practice)
Karpicke และ Roediger (Science, 2008) ให้ผู้เรียนท่องคำศัพท์ภาษาต่างประเทศ แล้วแบ่งวิธีจัดการกับคำที่ตอบถูกแล้ว เป็นกลุ่มที่ยังอ่านทวนต่อแต่ไม่ถูกทดสอบ กลุ่มที่ยังถูกทดสอบต่อแต่ไม่ได้อ่านทวน และกลุ่มที่เลิกทั้งสองอย่าง ผลคือ เมื่อวัดความจำภายหลัง การทดสอบต่อให้ผลดีขึ้นมาก ส่วนการอ่านทวนต่อแทบไม่มีผล
การทดลองนี้ใช้คู่คำภาษาสวาฮีลี–อังกฤษ ไม่ใช่ศัพท์ TOEIC แต่หลักเดียวกันนำมาปรับใช้กับการท่องศัพท์ TOEIC ได้ คือ ทุกครั้งที่ทบทวน ให้ ปิดความหมายไว้ก่อน แล้วนึกเอง จากนั้นค่อยเปิดดูเฉลย ถ้านึกไม่ออกหรือนึกได้ช้า ให้ถือว่าคำนั้นต้องกลับมาเร็วขึ้น
เทียบวิธีท่องแบบต่าง ๆ
| วิธีท่อง | ทำอย่างไร | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|
| อ่านทวนรายการคำ | ดูคำกับความหมายคู่กันซ้ำ ๆ | ทำง่าย เร็ว | รู้สึกว่าจำได้ แต่นึกเองไม่ออก |
| ท่องรวดเดียววันละมาก ๆ | ท่องหลายร้อยคำในวันเดียว | ได้จำนวนเยอะในครั้งเดียว | ไม่มีรอบทวน ลืมเร็ว |
| ทบทวนแบบเว้นระยะ | กลับมาทวนคำเดิมหลังผ่านไปหลายวัน | จำได้นานกว่า (Cepeda และคณะ, 2006) | ต้องจัดตารางหรือใช้แอปช่วย |
| นึกเองก่อนดูเฉลย | ปิดความหมาย นึกก่อน แล้วค่อยเปิด | ช่วยความจำระยะยาวมาก (Karpicke & Roediger, 2008) | เหนื่อยกว่า ช้ากว่าการอ่านเฉย ๆ |
| ท่องพร้อมประโยค | ดูคำในประโยคจากโจทย์ | ใช้ตอนทำข้อสอบได้จริง | ต้องหาประโยคเอง |
สองแถวท้ายใช้ด้วยกันได้ และควรใช้ด้วยกัน คือ นึกเองก่อน ทวนตามระยะ และดูในประโยค
ตัวอย่างรอบทบทวน (ข้อเสนอของบทความนี้)
งานวิจัยไม่ได้กำหนดตัวเลขตายตัวว่าต้องทวนวันไหน ตารางนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้ง่าย ปรับได้ตามเวลาที่มี
| รอบ | เมื่อไร | ถ้านึกไม่ออก |
|---|---|---|
| 1 | วันที่ท่องครั้งแรก | ทวนอีกครั้งก่อนจบวัน |
| 2 | วันถัดไป | กลับไปเริ่มรอบ 2 ใหม่ |
| 3 | อีก 3 วันหลังจากนั้น | กลับไปรอบ 2 |
| 4 | อีก 1 สัปดาห์ | กลับไปรอบ 2 |
| 5 | อีก 2 สัปดาห์ | กลับไปรอบ 3 |
หลักคือ คำที่นึกออกง่ายให้ห่างออกไปเรื่อย ๆ คำที่นึกไม่ออกให้กลับมาเร็ว ถ้าจัดเองยุ่งเกินไป แอปที่มีระบบทบทวนแบบเว้นระยะจะจัดให้อัตโนมัติ
ควรท่องศัพท์ TOEIC วันละกี่คำ: คำนวณย้อนจากวันสอบ
ไม่มีตัวเลขทางการว่าต้องท่องวันละกี่คำ วิธีที่บทความนี้เสนอคือ คำนวณย้อนจากวันสอบ แทนการตั้งตัวเลขลอย ๆ
- นับจำนวนคำที่จะท่อง เช่น จำนวนคำในหนังสือหรือแอปคำศัพท์ที่ใช้ ลบคำที่รู้อยู่แล้ว (ลองไล่ดูสัก 50 คำแรก แล้วประมาณสัดส่วนที่รู้แล้ว)
- นับวันที่เหลือก่อนสอบ แล้วหักช่วงท้ายไว้สำหรับทบทวนอย่างเดียว ไม่เพิ่มคำใหม่ (บทความนี้เสนอ 2 สัปดาห์สุดท้าย)
- หาร จำนวนคำ ÷ วันที่ใช้ท่องคำใหม่ = คำใหม่ต่อวัน
| คำที่ต้องท่อง | วันที่เหลือก่อนสอบ | หักช่วงทบทวน | คำใหม่ต่อวัน (ประมาณ) |
|---|---|---|---|
| 400 คำ | 30 วัน | 14 วัน → เหลือ 16 วัน | 25 คำ |
| 800 คำ | 60 วัน | 14 วัน → เหลือ 46 วัน | 17–18 คำ |
| 1,200 คำ | 90 วัน | 14 วัน → เหลือ 76 วัน | 16 คำ |
ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่จำนวนคำที่ข้อสอบกำหนด
ข้อควรระวัง: คำใหม่ต่อวันไม่ใช่งานทั้งหมดของวันนั้น เพราะคำที่ท่องเมื่อวานและสัปดาห์ก่อนจะกลับมาให้ทวนด้วย ยิ่งผ่านไปหลายวัน รอบทวนยิ่งสะสม ถ้าเริ่มทวนไม่ทัน ให้ลดคำใหม่ลงก่อน อย่าตัดรอบทวนทิ้ง เพราะคำใหม่ที่ไม่ได้ทวนก็จะลืมอยู่ดี
ถ้าคำนวณแล้วได้ตัวเลขสูงจนทำไม่ไหว แปลว่าต้องเลือก ไม่ใช่ฝืน ให้เก็บคำที่เจอบ่อยในโจทย์ก่อน (ดูหัวข้อถัดไป) และยอมรับว่าคำที่เหลือจะใช้การเดาจากบริบท
ทำไมยังเจอคำที่ไม่เคยเห็นในข้อสอบ TOEIC
เพราะข้อสอบ TOEIC L&R มี 200 ข้อ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง และดึงบริบทมาจากหลายเรื่องมาก คู่มือผู้สอบของ ETS ยกตัวอย่างหมวดไว้ เช่น การเงินและงบประมาณ งานบุคคล การจัดซื้อ การผลิต สุขภาพ การเดินทาง สำนักงาน ที่อยู่อาศัย/ทรัพย์สินขององค์กร และความบันเทิง ข้อสอบชุดหนึ่งจึงมีโอกาสเจอคำที่หนังสือคำศัพท์เล่มเดียวไม่ได้ใส่ไว้
ข่าวดีคือ ETS ระบุในคู่มือเดียวกันว่า ข้อสอบ ไม่ต้องใช้ความรู้หรือคำศัพท์เฉพาะทาง เกินกว่าที่คนใช้ภาษาอังกฤษในงานประจำวันใช้ และไม่ได้วัดความรู้ด้านธุรกิจ แปลว่าไม่ต้องไปท่องศัพท์เทคนิคเฉพาะสาขา
และการรู้ทุกคำก็ไม่จำเป็น งานวิจัยของ Laufer และ Ravenhorst-Kalovski (Reading in a Foreign Language, 2010) เสนอเกณฑ์สองระดับสำหรับการอ่าน คือ ถ้ารู้คำราว 95% ของบทอ่าน (ประมาณ 4,000–5,000 กลุ่มคำ) เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ และราว 98% (ประมาณ 8,000 กลุ่มคำ) เป็นเกณฑ์ที่เหมาะที่สุด งานเดียวกันยังพบว่า แม้รู้คำเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ช่วยความเข้าใจได้ งานนี้ศึกษาผู้เรียนภาษาที่สองกับข้อสอบการอ่านมาตรฐานระดับชาติ ไม่ได้ศึกษากับข้อสอบ TOEIC
ข้อความต่อไปนี้เป็นการตีความของผู้เขียน: ที่ 95% หมายความว่าใน 20 คำจะมีคำที่ไม่รู้ราว 1 คำ แม้คนที่อ่านได้ดีแล้วก็ยังเจอคำที่ไม่รู้ได้ เป้าหมายจึงไม่ใช่ "ไม่เจอคำแปลกเลย" แต่คือ เจอแล้วยังตอบได้
เจอคำที่ไม่รู้ในข้อสอบ ทำอย่างไร: เดาความหมายจากบริบท
ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นแนวทางที่บทความนี้เสนอ ใช้ได้ตั้งแต่ตอนฝึกทำโจทย์ เพื่อให้ถึงวันสอบแล้วทำได้โดยไม่ต้องคิด
- ถามก่อนว่าคำนี้จำเป็นต่อคำถามไหม หลายครั้งคำที่ไม่รู้ไม่ได้อยู่ในประโยคที่เป็นคำตอบ ใน Part 7 ให้ดูคำถามก่อน แล้วค่อยกลับไปหาว่าคำตอบอยู่ช่วงไหน ถ้าคำแปลกอยู่นอกช่วงนั้น ข้ามได้
- ดูชนิดของคำจากตำแหน่ง อยู่หลัง the หรือ a น่าจะเป็นคำนาม อยู่หน้าคำนามน่าจะเป็นคุณศัพท์ ลงท้าย -ly มักเป็นกริยาวิเศษณ์ ใน Part 5 บางข้อตอบได้จากชนิดคำโดยไม่ต้องรู้ความหมายเลย
- ดูคำเชื่อมรอบ ๆ however, although บอกว่าความหมายกลับทิศ because, therefore บอกเหตุผล ถ้ารู้ว่าประโยคก่อนหน้าเป็นเรื่องดี และมี however ตามมา คำที่ไม่รู้น่าจะเป็นเรื่องไม่ดี
- แยกส่วนประกอบของคำ เช่น un-, re-, pre- หรือ -ment, -tion, -able บางคำแยกแล้วพอเดาได้ เช่น reschedule = re + schedule = นัดใหม่
- ใช้บริบทของสถานการณ์ อีเมลเรื่องสั่งของ คำที่ไม่รู้ข้าง ๆ คำว่า shipment น่าจะเกี่ยวกับการส่งของ หมวดของ ETS ข้างบนช่วยให้เดาสถานการณ์ได้เร็วขึ้น
ทักษะนี้ฝึกได้ด้วยการ เดาก่อนเปิดคำแปล ตอนทบทวนโจทย์ เขียนสิ่งที่เดาไว้สั้น ๆ แล้วค่อยเทียบกับความหมายจริง ทำแบบนี้บ่อย ๆ จะรู้ว่าตัวเองเดาพลาดแบบไหน
เก็บคำจากโจทย์ที่ทำ ไม่ใช่แค่จากหนังสือคำศัพท์
หนังสือหรือแอปคำศัพท์ TOEIC เหมาะเป็นฐาน แต่ถ้าท่องจากรายการอย่างเดียว จะไม่รู้ว่าคำไหนตัวเองเจอแล้วสะดุดจริง วิธีที่บทความนี้เสนอคือ ใช้ 2 แหล่งคู่กัน
| หนังสือ/แอปคำศัพท์ | คำจากโจทย์ที่ทำ | |
|---|---|---|
| ได้คำแบบไหน | คำที่ผู้แต่งเลือกว่าออกบ่อย | คำที่คุณเจอแล้วไม่รู้จริง |
| เห็นในบริบทไหม | บางเล่มมีประโยคตัวอย่าง | เห็นในประโยคของโจทย์จริง ๆ |
| ข้อดี | ครอบคลุม วางแผนจำนวนคำได้ | ตรงจุดอ่อนของตัวเอง จำง่ายเพราะมีเรื่องราว |
| ข้อเสีย | อาจท่องคำที่รู้แล้วหรือไม่ค่อยเจอ | จำนวนคำไม่แน่นอน ต้องทำโจทย์ก่อน |
วิธีเก็บคำจากโจทย์ที่ใช้ได้จริง:
- หลังทำโจทย์เสร็จ ดูเฉพาะข้อที่ ตอบผิด หรือตอบถูกแต่ไม่มั่นใจ
- เลือกคำที่ทำให้ตอบไม่ได้ ไม่เกิน 3 คำต่อข้อ (ถ้าเก็บทุกคำจะท่องไม่ไหว)
- จดคำพร้อม ประโยคจากโจทย์ ไม่ใช่แค่ความหมาย
- ใส่คำเหล่านั้นเข้ารอบทบทวนเดียวกับคำจากหนังสือ
ข้อดีคือคำที่เคยทำให้ตอบผิดจะ "มีเรื่อง" ติดอยู่ จำง่ายกว่าคำในรายการยาว ๆ และคำที่ออกในโจทย์บ่อยจะถูกเก็บซ้ำไปเรื่อย ๆ เอง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคำนั้นควรรู้
ถ้ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มทำโจทย์ระดับไหน แบบทดสอบวัดระดับของ Otteric มี 14 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 6 นาที ทำได้ก่อนสมัครสมาชิกและไม่ต้องใช้บัตร ผลเป็นช่วงคะแนนโดยประมาณตอนนี้กับผลราย Part ใช้เป็นจุดเริ่มก่อนวางแผนท่องศัพท์ได้ ส่วนลำดับการเตรียมสอบตั้งแต่พื้นฐาน ดูได้ที่ TOEIC 600 เพื่อจบมหาลัย เริ่มจากตรงไหน
ทำแบบเดียวกันใน Otteric
Otteric เป็นแอปเตรียมสอบ TOEIC L&R ใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้ง สมุดคำศัพท์ของ Otteric ทำ 3 อย่างในบทความนี้ให้ในที่เดียว
- เก็บคำจากโจทย์ หน้าคำอธิบายของโจทย์มีรายการคำศัพท์พร้อมความหมายภาษาไทย แตะครั้งเดียวก็บันทึกลงสมุดคำศัพท์ได้ และถ้าเปิดการตั้งค่า "เพิ่มคำศัพท์จากข้อที่ตอบผิดอัตโนมัติ" (เปิดไว้ตั้งแต่แรก ปิดได้) ระบบจะเพิ่มคำจากโจทย์ที่ตอบผิดให้เอง สูงสุด 3 คำต่อโจทย์ 1 ข้อ (หรือ 1 บท สำหรับ Part ที่มีหลายคำถามต่อบท) และหยุดเพิ่มเมื่อครบจำนวนที่เก็บได้
- ทบทวนแบบเว้นระยะ คำที่ตอบผิดจะถูกนำมาถามก่อนและกลับมาเร็ว คำที่จำได้ติดต่อกันจะเปลี่ยนสถานะเป็น "จำได้แล้ว" และถูกนำมาถามโดยเว้นระยะห่างออกไป
- เลือกรูปแบบการทบทวนได้ 2 แบบ แบบการ์ด คือ นึกความหมายก่อนแล้วดูเฉลย จากนั้นประเมินตัวเองว่า ไม่รู้ / ไม่แน่ใจ / จำได้ ซึ่งตรงกับหลัก "นึกให้ออกเอง" มากที่สุด ส่วนแบบ 4 ตัวเลือก คือดูคำภาษาอังกฤษแล้วเลือกความหมายภาษาไทย ทำได้เร็วกว่า เปลี่ยนรูปแบบภายหลังได้ในตั้งค่า
- คำอธิบายภาษาไทยพร้อมไฮไลต์จุดที่บอกคำตอบ ใช้ฝึกเดาความหมายจากบริบทได้ คือเดาก่อน แล้วค่อยดูคำแปลและจุดที่ไฮไลต์
แพ็กเกจฟรี ใช้ได้ไม่จำกัดเวลา ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต: สมุดคำศัพท์ สูงสุด 100 คำ (ถ้าครบ 100 คำแล้วจะเพิ่มคำใหม่ไม่ได้ แต่ยังทบทวนคำที่บันทึกไว้ได้ตามเดิม) ฝึกทำโจทย์วันละ 3 ชุด ชุดละ 5–10 นาที (ครบ 3 ชุดแล้ววันนั้นเริ่มชุดใหม่ไม่ได้ แต่ยังทบทวนคำศัพท์และดูประวัติการเรียนได้) ข้อสอบจำลอง 30 ข้อ เดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง ปฏิทินการเรียนย้อนหลัง 14 วัน และคำอธิบายพร้อมคำแปลภาษาไทย
ส่วนที่เป็นพรีเมียม คือ สมุดคำศัพท์ ฝึกทำโจทย์ และข้อสอบจำลองแบบไม่จำกัด ข้อสอบจำลอง 4 ขนาด (30, 50, 100 และ 200 ข้อ) และปฏิทินการเรียนทั้งหมด ราคา ฿191/เดือน หรือ ฿1,614/ปี (ราคาที่แสดง ณ ตุลาคม 2569) ยกเลิกได้ทุกเมื่อ และหลังยกเลิกยังใช้ฟีเจอร์ฟรีได้
ถ้าใช้แพ็กเกจฟรี วิธีที่คุ้มคือใช้ 100 คำกับ คำที่ทำให้ตอบผิดจริง และใช้หนังสือหรือแอปคำศัพท์อีกตัวเป็นฐานสำหรับคำทั่วไป เปรียบเทียบแอปฝึก TOEIC ฟรีที่มีคำอธิบายภาษาไทยได้ที่ แอปฝึก TOEIC ฟรี มีเฉลยภาษาไทย
Otteric ทำอะไรไม่ได้
- ไม่มีรายการคำศัพท์ TOEIC ให้ท่องเรียงตั้งแต่ต้น สมุดคำศัพท์เก็บได้เฉพาะคำที่อยู่ในรายการคำศัพท์ของโจทย์ที่ทำ พิมพ์คำที่อยากท่องเพิ่มเองไม่ได้ ถ้าอยากท่องตามรายการ ใช้หนังสือหรือแอปคำศัพท์ TOEIC คู่กัน
- แพ็กเกจฟรีเก็บคำได้ 100 คำ ถ้าจะท่องหลายร้อยคำใน Otteric ต้องเป็นพรีเมียม หรือใช้แอปคำศัพท์อื่นเก็บส่วนที่เกิน
- เป็นเฉพาะ TOEIC L&R ไม่มีการฝึก Speaking/Writing ไม่มีครูสอนหรือคลาสสด ถ้าต้องการคนช่วยตรวจและอธิบายแบบตัวต่อตัว คอร์สกับผู้สอนจะตอบโจทย์กว่า
- แบบทดสอบ 14 ข้อเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่คะแนนทางการ คะแนนที่ใช้ยื่นได้ต้องมาจากการสอบจริงกับ CPA (Thailand)
เลือกตามสถานการณ์
- ท่องแล้วลืมตลอด เปลี่ยนจากอ่านทวนเป็นปิดความหมายแล้วนึกเอง และทวนคำเดิมวันถัดไป หลายวัน และหลายสัปดาห์
- ไม่รู้ว่าวันละกี่คำ นับคำที่ต้องท่อง ÷ (วันที่เหลือ − 14 วันสุดท้าย) ถ้าทวนไม่ทัน ลดคำใหม่ก่อน
- เจอคำแปลกในข้อสอบบ่อย ฝึกเดาจากตำแหน่งคำ คำเชื่อม และส่วนประกอบของคำ ตอนทบทวนโจทย์ทุกครั้ง
- ท่องจากหนังสืออย่างเดียวแล้วไม่ตรงกับที่เจอ เพิ่มคำจากข้อที่ตอบผิด ไม่เกิน 3 คำต่อข้อ พร้อมประโยคจากโจทย์
- ยังไม่รู้ระดับตัวเอง ทำแบบทดสอบวัดระดับ 14 ข้อ ประมาณ 6 นาที ของ Otteric ก่อน แล้วค่อยวางแผนจำนวนคำ
แหล่งข้อมูล (ตรวจสอบเมื่อ 28 ตุลาคม 2569)
- Cepeda, N. J., Pashler, H., Vul, E., Wixted, J. T., & Rohrer, D. (2006). Distributed practice in verbal recall tasks: A review and quantitative synthesis. Psychological Bulletin, 132(3), 354–380.
- Karpicke, J. D., & Roediger, H. L. (2008). The critical importance of retrieval for learning. Science, 319(5865), 966–968.
- Laufer, B., & Ravenhorst-Kalovski, G. C. (2010). Lexical threshold revisited. Reading in a Foreign Language, 22(1), 15–30.
- ETS: TOEIC Listening and Reading Examinee Handbook (PDF)
- CPA (Thailand)
คำถามที่พบบ่อย
ท่องศัพท์ TOEIC ยังไงให้จำได้ ไม่ลืม?
ใช้ 2 หลักคู่กัน คือ ทบทวนแบบเว้นระยะ (ทวนคำเดิมวันถัดไป หลายวัน และหลายสัปดาห์) และนึกความหมายเองก่อนเปิดดูเฉลย งานวิจัยของ Karpicke และ Roediger (Science, 2008) ที่ทดลองกับคำศัพท์ภาษาต่างประเทศพบว่า การทดสอบตัวเองต่อหลังจำได้แล้วช่วยความจำระยะยาวมาก ส่วนการอ่านทวนต่อแทบไม่มีผล
ควรท่องศัพท์ TOEIC วันละกี่คำ?
ไม่มีตัวเลขทางการ บทความนี้เสนอให้คำนวณย้อนจากวันสอบ คือ จำนวนคำที่ต้องท่อง หารด้วยวันที่เหลือหลังหัก 2 สัปดาห์สุดท้ายไว้ทบทวน เช่น 800 คำ เหลือ 60 วัน ได้ประมาณ 17–18 คำใหม่ต่อวัน ถ้ารอบทวนสะสมจนทำไม่ทัน ให้ลดคำใหม่ก่อน
ทำไมท่องศัพท์แล้วยังเจอคำที่ไม่รู้ในข้อสอบ TOEIC?
เพราะข้อสอบดึงบริบทมาจากหลายหมวด เช่น การเงิน งานบุคคล การจัดซื้อ การเดินทาง ตามคู่มือผู้สอบของ ETS จึงท่องครบทุกคำไม่ได้ งานวิจัยด้านการอ่านเสนอว่ารู้คำราว 95–98% ของบทอ่านก็พอเข้าใจได้ ส่วนที่เหลือต้องเดาจากบริบท
เจอคำศัพท์ที่ไม่รู้ในข้อสอบ TOEIC ควรทำอย่างไร?
ถามก่อนว่าคำนั้นจำเป็นต่อคำถามไหม ถ้าไม่อยู่ในช่วงที่เป็นคำตอบให้ข้าม ถ้าจำเป็น ให้ดูชนิดคำจากตำแหน่ง ดูคำเชื่อมรอบ ๆ เช่น however หรือ because และแยกส่วนประกอบของคำ ใน Part 5 บางข้อตอบได้จากชนิดคำโดยไม่ต้องรู้ความหมาย
สมุดคำศัพท์ของ Otteric ใช้ฟรีได้แค่ไหน?
แพ็กเกจฟรีเก็บได้สูงสุด 100 คำ ครบแล้วเพิ่มคำใหม่ไม่ได้ แต่ยังทบทวนคำที่บันทึกไว้ได้ เก็บคำจากหน้าคำอธิบายได้ในแตะเดียว หรือให้เพิ่มคำจากข้อที่ตอบผิดอัตโนมัติ ความหมายเป็นภาษาไทย ทบทวนได้ทั้งแบบการ์ดและแบบ 4 ตัวเลือก ถ้าต้องการเก็บไม่จำกัดต้องเป็นพรีเมียม
Otteric ใช้แทนหนังสือคำศัพท์ TOEIC ได้ไหม?
ไม่ได้ทั้งหมด สมุดคำศัพท์ของ Otteric เก็บได้เฉพาะคำในโจทย์ที่ทำ ไม่มีรายการคำศัพท์ให้ท่องเรียงตั้งแต่ต้น และพิมพ์คำเพิ่มเองไม่ได้ วิธีที่เหมาะคือใช้หนังสือหรือแอปคำศัพท์เป็นฐาน แล้วใช้ Otteric เก็บและทบทวนคำที่ทำให้ตอบผิดจริง