ถูกกี่ข้อได้กี่คะแนน? TOEIC L&R คิดคะแนนอย่างไร และตารางแปลงคะแนนใช้ได้แค่ไหน
ทีมบรรณาธิการ Otteric ・ เผยแพร่
สรุปสั้น ๆ
ไม่มีคำตอบตายตัวว่า "ถูกกี่ข้อได้กี่คะแนน" ตามคู่มือผู้สอบของ ETS คะแนน TOEIC Listening & Reading มาจากจำนวนข้อที่ตอบถูก แล้วแปลงเป็นคะแนนสเกล (Listening และ Reading ส่วนละ 5–495 รวมกันเป็นคะแนนรวม) ด้วยวิธีทางสถิติที่เรียกว่า equating ซึ่งปรับตามความยากของข้อสอบแต่ละฉบับ ETS จึงสร้างตารางแปลงของข้อสอบแต่ละฉบับแยกกัน และ ไม่เปิดเผยตารางนี้ต่อสาธารณะ ดังนั้นจำนวนข้อที่ถูกเท่ากัน อาจได้คะแนนต่างกันในต่างรอบสอบ ตารางแปลงที่หาได้ตามหนังสือหรือเว็บจึงใช้เป็นได้แค่ ค่าประมาณ วิธีที่ใช้ได้จริงคือมองเป็น ช่วงคะแนน จากหลายชุดและหลายตาราง แล้วดูแนวโน้มมากกว่าตัวเลขเดียว
คนที่เพิ่งทำข้อสอบจำลองเสร็จมักถามว่า "ถูก 130 ข้อจาก 200 ได้กี่คะแนน" แล้วค้นหา "ตารางแปลงคะแนน TOEIC" ซึ่งเจอตารางหน้าตาคล้ายกันอยู่หลายที่ บทความนี้ดูว่า ETS ผู้ทำข้อสอบเขียนเรื่องการคิดคะแนนไว้อย่างไร ตารางที่หากันอยู่ใช้ได้แค่ไหน และถ้าไม่มีตารางทางการ จะประมาณคะแนนอย่างไรให้ไม่หลอกตัวเอง
ส่วนที่เป็นข้อเท็จจริงมาจากคู่มือผู้สอบของ ETS และเอกสารของ IIBC ส่วนวิธีประมาณคะแนนในช่วงท้ายเป็น ข้อเสนอของผู้เขียน ไม่ใช่วิธีทางการ
ETS อธิบายการคิดคะแนนไว้อย่างไร
ข้อความต่อไปนี้มาจากคู่มือผู้สอบ TOEIC Listening & Reading ของ ETS ฉบับสอบแบบกระดาษ (paper-delivered) หัวข้อ "How is the TOEIC Listening and Reading test scored?" และ 2 หัวข้อถัดไป (สรุปเป็นภาษาไทยโดยผู้เขียน)
| ประเด็น | สิ่งที่ ETS เขียนไว้ |
|---|---|
| คะแนนมาจากอะไร | คะแนนกำหนดจากจำนวนข้อที่ตอบถูก แล้วแปลงเป็นคะแนนสเกล (scaled score) ใบรายงานผลมีคะแนน Listening, Reading และคะแนนรวม โดยคะแนนรวมได้จากการบวกคะแนนสเกล 2 ส่วนเข้าด้วยกัน |
| ช่วงคะแนน | คะแนนสเกลของแต่ละส่วนอยู่ที่ 5 ถึง 495 (บวกกัน 2 ส่วนจึงได้ 10 ถึง 990 ตามการคำนวณ) |
| ทำไมไม่รายงานจำนวนข้อที่ถูก | ข้อสอบแต่ละฉบับถูกประกอบให้ความยากใกล้เคียงกัน แต่ก็ยังมีความต่างเล็กน้อยระหว่างฉบับ ผู้สอบที่มีความสามารถเท่าเดิมจึงอาจได้จำนวนข้อถูกมากขึ้นหรือน้อยลงตามฉบับที่ได้ ETS สรุปว่าคะแนนดิบจากข้อสอบต่างฉบับ เทียบกันไม่ได้ จึงมีนโยบายไม่รายงานคะแนนดิบให้ผู้สอบ |
| แปลงอย่างไร | คะแนนสเกลได้จากคะแนนดิบด้วยกระบวนการทางสถิติที่เรียกว่า equating ซึ่งปรับตามความยากของข้อสอบฉบับนั้น เพื่อให้คะแนนสเกลจากรอบสอบต่างกันเทียบกันได้ |
| ตารางแปลง | หลังการสอบแบบ public แต่ละรอบ จะมีการวิเคราะห์ทางสถิติและสร้างตารางแปลงคะแนนดิบเป็นคะแนนสเกล เฉพาะของข้อสอบแต่ละฉบับ |
| ทำไมไม่เปิดเผยตาราง | ข้อสอบแต่ละฉบับถูกนำกลับมาใช้หลายครั้งในหลายพื้นที่ ETS จึงไม่เผยแพร่ตัวข้อสอบเพื่อความปลอดภัย และไม่เผยแพร่ตารางแปลงของฉบับนั้นด้วย ETS ให้เหตุผลว่าตารางไม่มีประโยชน์ใช้งานจริงสำหรับสาธารณะเมื่อไม่รู้ว่าเป็นข้อสอบฉบับไหน และอาจถูกนำไปใช้ผิดฉบับจนคำนวณคะแนนผิด |
ที่ผู้เขียนเปิดอ่านคือฉบับสอบแบบกระดาษ ฉบับสอบทางคอมพิวเตอร์มีหัวข้อทำนองเดียวกันในสารบัญ แต่ผู้เขียนไม่ได้เปิดอ่านเนื้อหาของฉบับนั้น
หน้ารูปแบบข้อสอบของ CPA (Thailand) ระบุคะแนนเต็มไว้ว่าคะแนนรวมเต็ม 990 และ Listening กับ Reading ส่วนละ 495 เท่ากับที่ ETS เขียน ส่วนวิธีแปลงคะแนน หน้านั้นไม่ได้อธิบาย
ทำไมจำนวนข้อที่ถูกเท่ากัน จึงอาจได้คะแนนไม่เท่ากัน
จากข้อความของ ETS สรุปได้ว่า การแปลงมี 2 ขั้น คือนับข้อที่ถูก แล้วแปลงด้วยตารางของฉบับนั้น ถ้าฉบับที่คุณสอบยากกว่าเล็กน้อย ข้อที่ถูกจำนวนเท่ากันก็จะแปลงเป็นคะแนนสูงกว่าในฉบับที่ง่ายกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ ETS ไม่รายงานคะแนนดิบ
ตัวอย่างที่ชัดคือเรื่อง ต้องถูกทุกข้อไหมถึงจะได้เต็ม เอกสาร FAQ ของ IIBC (เขียนโดยนักวิจัยของ ETS ออกเมื่อกุมภาพันธ์ 2024) ตอบคำถามนี้ว่า ไม่จำเป็นเสมอไป เอกสารอธิบายว่าคะแนนแปลงของ Listening และ Reading คำนวณโดยผู้เชี่ยวชาญของ ETS ทุกครั้งที่มีการสอบ และปรับจำนวนข้อที่ต้องถูกเพื่อให้ได้คะแนนระดับหนึ่งตามความยากของข้อสอบฉบับนั้น เช่น ถ้า Listening ในรอบที่คุณสอบยากกว่าปกติเล็กน้อย ก็อาจได้ 495 ได้โดยไม่ต้องถูกทุกข้อ
สรุปคือ "ถูก X ข้อ = Y คะแนน" เป็นความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนตามฉบับ ไม่ใช่ค่าคงที่ของ TOEIC
ตารางแปลงคะแนนที่หากันอยู่ ใช้ได้แค่ไหน
ตามคู่มือของ ETS ตารางแปลงของข้อสอบจริงไม่ได้เผยแพร่ ผู้เขียนจึงเข้าใจว่าตารางที่ค้นเจอตามเว็บ หนังสือ และไฟล์ที่แชร์กัน ไม่ใช่ตารางจริงที่ ETS ใช้ (เป็นข้อสรุปของผู้เขียนจากข้อความนั้น ไม่ได้ตรวจตารางแต่ละอันทีละที่) และ ETS เองก็เตือนว่าตารางที่ใช้ผิดฉบับจะให้คะแนนผิด ข้อเสนอของผู้เขียนในการใช้ตารางเหล่านี้มีดังนี้
- ใช้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่คำตอบ ตารางหนึ่งตารางแสดงตัวเลขเดียวต่อจำนวนข้อ แต่ความจริงมีความไม่แน่นอนตามที่อธิบายข้างบน
- ดูว่าตารางบอกที่มาไหม ตารางที่ไม่บอกว่าสร้างจากข้อสอบชุดไหน หรือวิธีสร้างอย่างไร ตรวจสอบไม่ได้ ตารางที่แนบมากับหนังสือที่ ETS เป็นผู้ทำ น่าเชื่อถือกว่าตารางที่แชร์ต่อ ๆ กัน แต่ก็ยังใช้กับชุดนั้นเท่านั้น
- อย่าเอาตารางเดียวไปเทียบข้อสอบหลายชุดแล้วสรุปว่าเก่งขึ้นหรือลดลง ชุดที่ยากต่างกันจะให้จำนวนข้อที่ถูกต่างกันโดยที่ความสามารถเท่าเดิม ตารางเดียวไม่ปรับให้
- แปลงแยกทีละส่วน เพราะคะแนนสเกลเป็นของ Listening และ Reading แยกกัน ไม่ใช่แปลง 200 ข้อรวมกันเป็นเลขเดียว
- ห้ามใช้ยื่นจริง คะแนนจากการแปลงเองไม่ใช่คะแนนทางการ ใช้ได้เฉพาะวางแผนเตรียมตัว
ตัวอย่างของการให้เป็น "ช่วง" ที่มาจากฝั่งทางการ คือหนังสือ 公式TOEIC L&R 問題集 13 ของญี่ปุ่น หน้าสินค้าของ IIBC เขียนว่าโจทย์ ETS ทำด้วยกระบวนการเดียวกับข้อสอบจริง และมี ตารางแปลงที่ให้ "ช่วงคะแนนอ้างอิง" (参考スコア範囲) จากจำนวนข้อที่ถูก คือให้เป็นช่วง ไม่ใช่ตัวเลขเดียว ผู้เขียนไม่ได้เปิดดูตัวเล่มและตารางข้างใน จึงไม่ขอสรุปว่าช่วงกว้างแค่ไหน หนังสือเป็นภาษาญี่ปุ่น ดูรายละเอียดข้อสอบเก่าและหนังสือที่ ETS ทำหรืออนุญาตได้ในบทความเรื่องจับเวลาทำข้อสอบเก่า
ประมาณคะแนนอย่างไรให้ไม่หลอกตัวเอง (ข้อเสนอของผู้เขียน)
วิธีนี้เป็นความเห็นของผู้เขียน ไม่ใช่วิธีของ ETS
- นับจำนวนข้อที่ถูกแยก Listening 100 ข้อ และ Reading 100 ข้อ อย่ารวมเป็น 200 ข้อ
- หาตารางแปลง 2–3 ตารางจากแหล่งต่างกัน แล้วดูช่วงระหว่างค่าต่ำสุดและสูงสุดที่ได้ ถ้าตารางต่างกันมาก แสดงว่าตัวเลขไม่แน่นอนจริง ใช้ช่วงนั้นเป็นคำตอบ
- ทำหลายชุด แล้วดูค่าเฉลี่ยหรือช่วงของแต่ละชุด ชุดเดียวบอกได้น้อย (เรื่องจำนวนครั้งที่ควรทำ ดูแผนในบทความเรื่องข้อสอบเก่าข้างบน)
- ถ้ามีข้อที่ทำไม่ทัน ให้แยกออก คะแนนที่ได้คือคะแนนใต้เวลาจริง ถ้าทำแบบไม่จับเวลา ตัวเลขจะสูงกว่าที่ได้ในห้องสอบ
- ดูแนวโน้มมากกว่าตัวเลข เช่น Reading ถูกเพิ่มจาก 60 เป็น 70 ข้อในชุดที่ความยากใกล้กัน บอกได้ชัดกว่าตัวเลขคะแนนที่แปลงออกมา
- ตั้งเป้าด้วยอัตราตอบถูกราย Part ด้วย ไม่ใช่แค่คะแนนรวม เพราะ Part ที่อ่อนคือสิ่งที่ลงมือแก้ได้
ผู้เขียนไม่ให้ตารางตัวเลข "ถูกกี่ข้อ = กี่คะแนน" ในบทความนี้ เพราะไม่มีแหล่งทางการที่ยืนยันได้ และตัวเลขที่ดูเป็นระเบียบมักทำให้เชื่อมากกว่าที่ควร
ข้อสังเกตเรื่องการเดา: คู่มือผู้สอบของ ETS เขียนว่าคะแนนอยู่บนจำนวนข้อที่ตอบถูก และ ไม่มีการหักคะแนนเมื่อตอบผิดหรือเดา (หัวข้อ During the Test หน้า 6 เขียนว่า There is no penalty for guessing และหัวข้อ Interpreting Scores หน้า 28 เขียนว่า There is no penalty for wrong answers) จึงควรฝนให้ครบทุกข้อ
ใช้ Otteric ดูแนวโน้มคะแนน
Otteric เป็นแอปเตรียมสอบ TOEIC L&R ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้ง มี คะแนนคาดการณ์ ที่คำนวณจากข้อมูลข้อสอบที่เคยออกซึ่งวิเคราะห์แล้ว ร่วมกับประวัติคำตอบของคุณ ยิ่งฝึกต่อเนื่อง ความแม่นยำยิ่งดีขึ้น และดูเปรียบเทียบกราฟคะแนนคาดการณ์กับคะแนนทางการได้ ฟีเจอร์นี้ไม่ได้แบ่งตามแพ็กเกจ แพ็กเกจฟรีก็ใช้ได้ ส่วนข้อสอบจำลอง แพ็กเกจฟรีทำแบบ 30 ข้อได้เดือนละ 2 ครั้ง ถ้าอยากได้ขนาดอื่น (50, 100, 200 ข้อ) ต้องเป็นพรีเมียม
ถ้ายังไม่เคยวัดระดับ ทำแบบทดสอบ 14 ข้อ (ประมาณ 6 นาที) ก่อนสมัครสมาชิกได้ จะได้ช่วงคะแนนโดยประมาณตอนนี้และผลราย Part ดูรายละเอียดและเว็บทดสอบอื่นที่ทำฟรีในบทความเรื่องแบบทดสอบวัดระดับฟรี
Otteric ทำอะไรไม่ได้
- คะแนนคาดการณ์ไม่ใช่คะแนนทางการ ไม่ใช่ตารางแปลงของ ETS และโจทย์ของ Otteric ก็ไม่ใช่ข้อสอบของ ETS ถ้าต้องใช้คะแนนยื่นจริง ต้องสอบกับผู้จัดสอบ (ในไทยคือ CPA (Thailand))
- ไม่ได้บอกว่า "ถูกกี่ข้อได้ตรงกับกี่คะแนนในรอบสอบจริง" เพราะตารางจริงของ ETS ไม่เปิดเผย
- ไม่มีวิดีโอบทเรียน และไม่มีโค้ชที่เป็นคน ถ้าต้องการเรียนแบบมีคนสอน ต้องใช้คอร์สอื่น
แหล่งข้อมูล
- ETS: TOEIC Listening & Reading Examinee Handbook (paper-delivered) หน้า 5, 6, 28
- IIBC: FAQ Quality perspectives of the TOEIC Program (กุมภาพันธ์ 2024) หน้า 4
- IIBC: 公式TOEIC L&R 問題集 13
- CPA (Thailand): รูปแบบข้อสอบ TOEIC Listening & Reading และคะแนน
คำถามที่พบบ่อย
TOEIC ถูกกี่ข้อได้กี่คะแนน?
ไม่มีตัวเลขตายตัว ตามคู่มือผู้สอบของ ETS คะแนนมาจากจำนวนข้อที่ตอบถูก แล้วแปลงเป็นคะแนนสเกลด้วยวิธี equating ที่ปรับตามความยากของข้อสอบแต่ละฉบับ ตารางแปลงของแต่ละฉบับจึงไม่เหมือนกัน และ ETS ไม่เปิดเผยตารางนี้ ตัวเลขจากตารางตามเว็บหรือหนังสือจึงเป็นเพียงค่าประมาณ
ตารางแปลงคะแนน TOEIC ทางการมีไหม?
ตารางแปลงของข้อสอบจริงแต่ละฉบับไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ETS ให้เหตุผลว่าข้อสอบฉบับหนึ่งถูกใช้ซ้ำหลายพื้นที่ จึงไม่เผยแพร่ข้อสอบ และตารางที่ใช้เฉพาะฉบับนั้นก็ไม่เผยแพร่ด้วย อีกทั้งตารางอาจถูกนำไปใช้ผิดฉบับจนได้คะแนนผิด ส่วนหนังสือโจทย์ที่ ETS ทำบางเล่ม เช่น เล่มของญี่ปุ่น มีตารางช่วงคะแนนอ้างอิงแนบมา ตามที่หน้าสินค้าของ IIBC เขียน ผู้เขียนเข้าใจว่าตารางนี้ใช้ได้กับชุดในเล่มนั้น (เป็นความเข้าใจของผู้เขียน ไม่ได้เปิดดูตัวเล่ม)
ต้องถูกทั้ง 200 ข้อถึงจะได้ 990 ไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป เอกสาร FAQ ของ IIBC ซึ่งเขียนโดยนักวิจัยของ ETS ระบุว่าในบางรอบ ถ้าข้อสอบส่วนนั้นยากกว่าปกติเล็กน้อย ก็อาจได้คะแนนเต็ม 495 ของส่วนนั้นโดยไม่ต้องถูกทุกข้อ เพราะจำนวนข้อที่ต้องถูกปรับตามความยากของข้อสอบฉบับนั้น
ทำไม ETS ไม่บอกจำนวนข้อที่ตอบถูก?
ETS อธิบายว่าข้อสอบแต่ละฉบับยากไม่เท่ากันเล็กน้อย ผู้สอบที่ความสามารถเท่าเดิมจึงอาจได้จำนวนข้อถูกต่างกันตามฉบับ คะแนนดิบจากต่างฉบับจึงเทียบกันไม่ได้ ETS รายงานเฉพาะคะแนนสเกล ซึ่งแปลงด้วย equating เพื่อให้เทียบกันได้ระหว่างรอบสอบ
คะแนนสูงสุดของแต่ละส่วนและคะแนนรวมเท่าไร?
ตามคู่มือผู้สอบของ ETS คะแนนสเกลของ Listening และ Reading อยู่ที่ 5 ถึง 495 ส่วนละ และคะแนนรวมได้จากการบวก 2 ส่วนเข้าด้วยกัน คะแนนรวมเต็ม 990 ซึ่ง CPA (Thailand) ก็ระบุตรงกัน
ควรประมาณคะแนนจากข้อสอบจำลองอย่างไร?
ข้อเสนอของผู้เขียนคือ นับจำนวนข้อที่ถูกแยก Listening และ Reading ดูช่วงคะแนนจากตารางหลายแหล่ง ทำหลายชุดแล้วดูช่วงหรือค่าเฉลี่ย และดูแนวโน้มกับอัตราตอบถูกราย Part มากกว่าตัวเลขเดียว ทั้งหมดเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่คะแนนทางการ
คะแนนคาดการณ์ของ Otteric ใช้แทนคะแนนจริงได้ไหม?
ไม่ได้ เป็นค่าประมาณจากข้อมูลข้อสอบที่เคยออกที่วิเคราะห์แล้วและประวัติคำตอบของคุณ ใช้ดูแนวโน้มและเทียบกับคะแนนทางการที่คุณบันทึกไว้ได้ ฟีเจอร์นี้ใช้ได้ในแพ็กเกจฟรี ถ้าต้องใช้คะแนนยื่นจริง ต้องใช้ผลจากการสอบกับ CPA (Thailand)