คะแนน TOEIC เท่าไหร่ถึงดี: ความหมายแต่ละช่วงคะแนนตาม ETS และเกณฑ์ที่ไทยใช้จริง
ทีมบรรณาธิการ Otteric ・ เผยแพร่
สรุปสั้น ๆ
TOEIC Listening & Reading ไม่มีคะแนน "ผ่าน" หรือ "ตก" ทั้งคู่มือผู้สอบของ ETS และคำถามที่พบบ่อยของ CPA (Thailand) เขียนตรงกันว่าผู้รับผลเป็นคนกำหนดเกณฑ์ ดังนั้น "ดี" จึงหมายถึง ถึงเกณฑ์ของที่ที่เราจะยื่น ถ้าอยากได้ตัวเลขกลางจาก ETS เอง ตารางเทียบกับ CEFR ของ ETS ให้คะแนนขั้นต่ำของ Listening กับ Reading ไว้ แล้วนำมาบวกกันได้เป็นคะแนนรวมขั้นต่ำ คือ A2 = 225, B1 = 550, B2 = 785, C1 = 945 (A1 = 120) โดย ETS ระบุว่าเป็นแนวทาง ไม่แนะนำให้ใช้เป็นเส้นตัดตายตัว ส่วนเกณฑ์ที่ตรวจได้จากประกาศในไทยมักอยู่ที่ 550–600 เช่น กฟผ. (รอบรับสมัครงานปี 2569) 550 แบบ Personal และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 550 ซึ่งสองประกาศนี้ไม่ได้เรียกตัวเลขนี้ว่าระดับ B2 (สงขลานครินทร์ใช้ 785 เป็นเกณฑ์เทียบเท่า B2 เท่ากับ ETS) ส่วนมหาวิทยาลัยมหิดลตั้งเป้าระดับ B2 และรับ TOEIC 600 เป็นหนึ่งในทางเลือก และตารางเทียบของมหาวิทยาลัยนเรศวรเริ่มกลุ่ม B2 ที่ 676 แปลว่า คำว่า "ระดับ B2" ในประกาศของแต่ละที่ไม่ได้แปลว่า 785 เสมอไป อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ETS อธิบายความสามารถแยกเป็น Listening กับ Reading ไม่ได้อธิบายคะแนนรวม และตัวเลขเดียวกันของสองส่วนไม่ได้อยู่ลำดับเท่ากัน เช่น ตามตารางเปอร์เซ็นไทล์ของ ETS Listening 300 มีผู้สอบคะแนนต่ำกว่า 23% ส่วน Reading 300 มีผู้สอบคะแนนต่ำกว่า 50%
"TOEIC ได้เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี" "TOEIC 600 อยู่ระดับไหน" คำถามนี้ตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ แต่ตอบจากเอกสารจริงได้ 3 ชั้น คือ (1) ETS บอกว่าแต่ละช่วงคะแนนเทียบกับ CEFR อย่างไร (2) ETS อธิบายว่าคนที่ได้คะแนนระดับนั้นทำอะไรได้และยังทำอะไรไม่ได้ และ (3) ที่ไทย กฟผ. กับมหาวิทยาลัยตั้งเกณฑ์ไว้ที่ไหน บทความนี้เรียงตามลำดับนั้น และบอกไว้ทุกจุดว่าตรงไหนเป็นข้อความของเอกสาร ตรงไหนเป็นการตีความของผู้เขียน
ข้อมูลฝั่ง ETS มาจากเอกสาร Mapping the TOEIC tests on the CEFR, Mapping Table ของ ETS Global, TOEIC Listening & Reading Score Descriptors, Percentile rank และคู่มือผู้สอบ ฝั่งไทยมาจากประกาศรับสมัครงานของ กฟผ. และประกาศเกณฑ์ภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยที่ลิงก์ไว้ในแต่ละหัวข้อ เรื่องอายุผลสอบ 2 ปี อยู่ในบทความผลสอบ TOEIC มีอายุกี่ปี บทความนี้ไม่ซ้ำ
"ดี" คือเท่าไร: ไม่มีเส้นผ่าน ผู้รับผลเป็นคนกำหนด
คู่มือผู้สอบของ ETS มีหัวข้อ "What score do I need to pass" ซึ่งตอบว่า TOEIC Listening and Reading ไม่ใช่ข้อสอบที่ "ผ่านหรือตก" เพราะงานแต่ละอย่างต้องการระดับภาษาอังกฤษไม่เท่ากัน และหลายบริษัทกำหนดคะแนนขั้นต่ำของตัวเอง สถาบันการศึกษาก็อาจใช้คะแนนตัดเพื่อจัดนักเรียนเข้าระดับ คำถามที่พบบ่อยบนเว็บ CPA (Thailand) เขียนไว้ตรงกัน คือ ผลคะแนน TOEIC ไม่มีเกณฑ์ตกหรือผ่าน ขึ้นอยู่กับการกำหนดของผู้รับพิจารณาผลคะแนน และหน้านั้นไม่ได้บอกว่าเท่าไรถึงเรียกว่าดี
ถ้าเอาเอกสารที่ตรวจได้ในบทความนี้มาวางเรียงกัน จะได้ภาพประมาณนี้
| เป้าหมาย | ตัวเลขที่พบในเอกสาร | ที่มา |
|---|---|---|
| ถึงขั้นต่ำ B1 ตาม ETS | 550 (Listening 275 + Reading 275) | ตารางเทียบ CEFR ของ ETS |
| สมัครงาน กฟผ. (วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป) | TOEIC แบบ Personal ไม่น้อยกว่า 550 | ประกาศ กฟผ. ที่ 13/2569 (รอบรับสมัครงานปี 2569 ซึ่งปิดรับแล้ว) |
| จบจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รหัส 67 เป็นต้นไป) | ไม่น้อยกว่า 550 | ประกาศลงวันที่ 18 มิถุนายน 2567 |
| จบจากมหาวิทยาลัยมหิดล (หลักสูตรไทย ระดับปริญญาตรี) | 600 ขึ้นไป เป็นหนึ่งในทางเลือก | ประกาศ พ.ศ. 2569 |
| ถึงขั้นต่ำ B2 ตาม ETS | 785 (Listening 400 + Reading 385) | ตารางเทียบ CEFR ของ ETS |
| ถึงขั้นต่ำ C1 ตาม ETS | 945 (Listening 490 + Reading 455) | ตารางเทียบ CEFR ของ ETS |
เกณฑ์ของสายการบินและทุนเรียนต่อ ซึ่งเป็นอีกสองที่ที่คนไทยถามบ่อย แยกไว้ในบทความTOEIC เท่าไรสมัครแอร์โฮสเตสและบทความTOEIC กับทุนเรียนต่อ
ETS เทียบคะแนน TOEIC กับ CEFR ไว้อย่างไร
CEFR แบ่งความสามารถทางภาษาเป็น 6 ระดับ คือ A1–A2 (ผู้ใช้ขั้นพื้นฐาน) B1–B2 (ผู้ใช้อิสระ) และ C1–C2 (ผู้ใช้ชำนาญ) ETS ให้ผู้เชี่ยวชาญ 22 คนจาก 10 ประเทศในยุโรปเสนอคะแนนขั้นต่ำของแต่ละระดับ โดยต้องมีผู้เห็นพ้องอย่างน้อย 2 ใน 3 จึงตั้งคะแนนของระดับนั้น (งานศึกษาโดย Tannenbaum และ Wylie เมื่อ ค.ศ. 2006) ผลคือตารางคะแนนขั้นต่ำแยกตามส่วน
| ระดับ CEFR | Listening ขั้นต่ำ | Reading ขั้นต่ำ | คะแนนรวมขั้นต่ำ (บวกกัน) | ความหมายโดยย่อตาม CEFR (ที่ ETS อ้าง) |
|---|---|---|---|---|
| A1 | 60 | 60 | 120 | เข้าใจและใช้สำนวนในชีวิตประจำวันที่พื้นฐานมาก แนะนำตัวและถามตอบข้อมูลส่วนตัวได้ ถ้าอีกฝ่ายพูดช้าและช่วย |
| A2 | 110 | 115 | 225 | เข้าใจประโยคและสำนวนที่ใช้บ่อยในเรื่องใกล้ตัว สื่อสารในงานง่าย ๆ ที่เป็นกิจวัตรได้ |
| B1 | 275 | 275 | 550 | เข้าใจประเด็นหลักของเรื่องที่คุ้นเคยในงาน โรงเรียน และเวลาว่าง เขียนข้อความต่อเนื่องแบบง่ายได้ เล่าประสบการณ์และให้เหตุผลสั้น ๆ ได้ |
| B2 | 400 | 385 | 785 | เข้าใจใจความหลักของข้อความซับซ้อนทั้งเรื่องรูปธรรมและนามธรรม รวมถึงการอภิปรายเชิงเทคนิคในสาขาของตน สื่อสารกับเจ้าของภาษาได้โดยไม่ลำบากทั้งสองฝ่าย |
| C1 | 490 | 455 | 945 | เข้าใจข้อความยาวที่ยากและความหมายแฝง ใช้ภาษาได้คล่องและยืดหยุ่นในเรื่องสังคม วิชาการ และงาน |
คอลัมน์ความหมายสรุปเป็นภาษาไทยจากคำอธิบายทั่วไปของ CEFR ในตารางเดียวกัน ส่วนคอลัมน์คะแนนรวมขั้นต่ำ ETS เขียนไว้ในเชิงอรรถว่า ช่วงคะแนนรวมของแต่ละระดับประมาณมาจากการบวกคะแนนตัดของ Listening กับ Reading
สิ่งที่ ETS เขียนกำกับไว้ในเอกสารเดียวกัน และควรอ่านก่อนเอาตัวเลขไปใช้
- เป็นคะแนนขั้นต่ำและเป็นแนวทาง ETS ระบุว่าผลนี้เป็นข้อเสนอของผู้เชี่ยวชาญ ควรถือเป็นแนวทาง และ ETS ไม่แนะนำให้ใช้คะแนนตัดอย่างตายตัว
- ควรดูแยกส่วน ETS สนับสนุนให้พิจารณาระดับ CEFR ของ Listening กับ Reading แยกกัน แทนที่จะใช้คะแนนรวมประมาณการเพียงตัวเดียว เพราะความสามารถฟังกับอ่านของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน
- Reading ระดับ C1 มีผู้เห็นพ้องน้อยกว่าระดับอื่น ตัวเลข 455 อิงผู้เชี่ยวชาญ 45% (ระดับอื่นได้ตามเกณฑ์ 2 ใน 3)
- ETS Global แนะนำ TOEIC Bridge สำหรับระดับ A1 ถึง B1 หมายเหตุใต้ตารางเขียนว่า "For A1 to B1 levels ETS advises to take the TOEIC Bridge tests" ถ้าเทียบกับคะแนนขั้นต่ำของ TOEIC L&R ในตารางเดียวกัน ช่วง A1 ถึง B1 คือราว 120 ถึงต่ำกว่า 785 (ก่อนถึงขั้นต่ำ B2) คำแนะนำนี้จึงครอบคลุมคะแนนรวมช่วงกลาง ๆ ด้วย ไม่ใช่เฉพาะต่ำกว่า 550 (ช่วงคะแนนเป็นการอ่านของผู้เขียนจากตัวเลขขั้นต่ำ)
สมมติ (เป็นตัวอย่างของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อมูลของ ETS) คนหนึ่งได้รวม 800 แบ่งเป็น Listening 480 และ Reading 320 ถ้าดูแยกส่วน Listening ผ่านขั้นต่ำ B2 (400) แต่ Reading 320 ผ่านแค่ขั้นต่ำ B1 (275) ยังไม่ถึง 385 ของ B2 ถ้าดูแค่ 800 จะมองว่าถึง 785 ไปแล้ว นี่คือเหตุผลที่ ETS ให้ดูแยกส่วน
เอกสารนี้เป็นการศึกษาด้วยผู้เชี่ยวชาญจากยุโรป ไม่ได้ทำกับสถาบันในไทย มหาวิทยาลัยไทยแต่ละแห่งจึงอาจใช้ตารางเทียบของตัวเอง ซึ่งจะเห็นในหัวข้อเกณฑ์ที่ไทยด้านล่าง
ETS อธิบายว่าแต่ละระดับทำอะไรได้: Listening และ Reading แยกกัน
Score Descriptors ของ ETS (เอกสารปี 2024) อธิบายความสามารถที่ "มักพบ" ในผู้ที่ได้คะแนน "ราว ๆ" ระดับหนึ่ง และเอกสารนี้อธิบายแยกเป็น Listening กับ Reading เท่านั้น ไม่มีคำอธิบายของคะแนนรวม Listening มี 3 ระดับ (ราว 200, 300, 400) Reading มี 4 ระดับ (ราว 150, 250, 350, 450) ตารางข้างล่างสรุปเป็นภาษาไทยโดยผู้เขียน ถ้าต้องการถ้อยคำเต็ม ให้เปิดเอกสารต้นฉบับ
Listening
| ราว ๆ | สิ่งที่มักทำได้ | สิ่งที่มักยังทำไม่ได้ |
|---|---|---|
| 200 | เข้าใจประโยคเดียวที่บอกใจความของภาพถ่าย เข้าใจรายละเอียดในบทสนทนาสั้นหรือคำบรรยายภาพเมื่อคำศัพท์ง่ายและมีเนื้อหาให้ฟังไม่มาก ฟังบทยาวได้บ้างเมื่อมีการพูดซ้ำมากและคำง่าย หาข้อมูลได้ถ้าอยู่ต้นหรือท้ายบทและตรงกับคำที่ได้ยิน | จับใจความหรือจุดประสงค์ของบทสนทนาสั้นไม่ได้ แม้ภาษาตรงไปตรงมา บทยาวที่ต้องเชื่อมข้อมูลหรือมีคำค่อนข้างยากก็ยังไม่เข้าใจ ข้อมูลที่อยู่กลางบท ข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนคำ และประโยคปฏิเสธ |
| 300 | เดาใจความของบทสนทนาสั้นได้บางครั้ง โดยเฉพาะเมื่อคำไม่ยาก เข้าใจใจความของบทยาวเมื่อมีการพูดซ้ำหรือพูดอีกแบบหนึ่งช่วยย้ำ เข้าใจรายละเอียดของบทสนทนาสั้นที่ใช้คำง่ายถึงปานกลาง และรายละเอียดของบทยาวเมื่อมีการพูดซ้ำ ข้อมูลอยู่ต้นหรือท้ายบท หรือเปลี่ยนคำเพียงเล็กน้อย | ลำบากเมื่อคำตอบในบทสนทนาเป็นแบบอ้อมหรือเดายาก บทยาวที่ต้องเชื่อมข้อมูลในบทหรือมีคำยาก รายละเอียดเมื่อประโยคซับซ้อน มีคำยาก หรือมีการปฏิเสธ และข้อมูลที่เปลี่ยนคำส่วนใหญ่ |
| 400 | เดาใจความ จุดประสงค์ และบริบทของทั้งบทสนทนาสั้นและบทยาวได้ในคำศัพท์หลากหลาย แม้คำตอบจะอ้อม แม้ข้อมูลไม่ได้ถูกพูดซ้ำหรือพูดอีกแบบหนึ่งช่วยย้ำ และต้องเชื่อมข้อมูลข้ามบท เข้าใจรายละเอียดแม้มีการปฏิเสธ ประโยคซับซ้อน คำยาก หรือข้อมูลที่ถูกเปลี่ยนคำ | ETS เขียนว่ามีจุดอ่อนเฉพาะเมื่อใช้ไวยากรณ์หรือคำศัพท์ที่ไม่ค่อยพบ |
Reading
| ราว ๆ | สิ่งที่มักทำได้ | สิ่งที่มักยังทำไม่ได้ |
|---|---|---|
| 150 | หาคำตอบของคำถามข้อเท็จจริงได้เมื่อต้องอ่านไม่มากและคำในเนื้อหาตรงกับคำในคำถาม เข้าใจคำง่ายและวลีที่ใช้บ่อย เข้าใจโครงสร้างไวยากรณ์ที่พบบ่อยที่สุดเมื่ออ่านไม่มาก | สรุปความหรือตีความจากข้อความไม่ได้ ไม่เข้าใจข้อมูลที่เปลี่ยนคำ ต้องอาศัยการจับคู่คำเดียวกัน มักเชื่อมข้อมูลแม้ภายในประโยคเดียวไม่ได้ รู้คำศัพท์จำกัด |
| 250 | อนุมานง่าย ๆ จากข้อความสั้น ๆ ได้ หาคำตอบเมื่อคำในเนื้อหาตรงกับที่ถาม บางครั้งตอบได้เมื่อเป็นการเปลี่ยนคำแบบง่าย เชื่อมข้อมูลในช่วง 1–2 ประโยคได้บ้าง เข้าใจคำง่ายและคำระดับกลางบางคำ เลือกไวยากรณ์ที่พบบ่อยได้ถูก | ไม่เข้าใจการอนุมานที่ต้องเปลี่ยนคำหรือเชื่อมข้อมูล ข้อมูลที่เปลี่ยนคำด้วยคำยากทำได้น้อยมาก มักไม่เชื่อมข้อมูลเกิน 2 ประโยค ไม่เข้าใจคำยาก ความหมายพิเศษของคำที่คุ้นเคย สำนวน หรือโครงสร้างไวยากรณ์ที่ซับซ้อนและพบน้อย |
| 350 | อนุมานใจความและจุดประสงค์ของข้อความ และอนุมานรายละเอียดได้ เข้าใจข้อมูลแม้ถูกเปลี่ยนคำ เชื่อมข้อมูลในบริเวณเล็ก ๆ ของข้อความได้แม้คำและไวยากรณ์ยาก เข้าใจคำระดับกลาง บางครั้งเข้าใจคำยากจากบริบท | ไม่เชื่อมข้อมูลในบริเวณกว้างของข้อความ ไม่เข้าใจคำยาก ความหมายพิเศษของคำที่คุ้นเคย หรือสำนวนอย่างสม่ำเสมอ และมักแยกความหมายของคำที่ใกล้กันไม่ได้ |
| 450 | อนุมานใจความและรายละเอียดได้ เข้าใจข้อมูลที่เปลี่ยนคำ เชื่อมข้อมูลทั้งข้อความและเชื่อมสองข้อความที่เกี่ยวข้องกันได้ เข้าใจคำศัพท์หลากหลายรวมถึงสำนวน แยกความหมายของคำที่ใกล้กันได้ เข้าใจไวยากรณ์ซับซ้อน | ETS เขียนว่ามีจุดอ่อนเฉพาะเมื่อข้อมูลที่ทดสอบแน่นมากหรือมีคำศัพท์ยาก |
สิ่งที่เห็นจากสองตาราง (ตีความโดยผู้เขียน) คือ เส้นที่เปลี่ยนมากที่สุดเมื่อคะแนนสูงขึ้นคือ การเชื่อมข้อมูล และการเข้าใจเมื่อเนื้อหาถูกเปลี่ยนคำ ไม่ใช่แค่จำนวนคำศัพท์ที่รู้ ใน Reading ระดับราว 250 ยังต้องอาศัยการจับคู่คำเดียวกันระหว่างข้อความกับคำถาม ระดับราว 350 เริ่มเข้าใจข้อมูลที่เปลี่ยนคำ และระดับราว 450 เชื่อมข้อมูลทั้งข้อความได้ ส่วน Listening ที่ราว 300 ยังพึ่งการพูดซ้ำและตำแหน่งของข้อมูล ส่วนที่ราว 400 เข้าใจบทยาวได้แม้ไม่มีตัวช่วยเหล่านั้น
เอาสองส่วนมารวมกัน: คะแนนรวมราว ๆ นี้หมายถึงอะไร
ETS ไม่ได้ให้คำอธิบายของคะแนนรวม ตารางนี้เป็นการจับคู่จุดอ้างอิงของแต่ละส่วนโดยผู้เขียน เพื่อให้เห็นภาพ คนจริงแต่ละคนฟังกับอ่านไม่เท่ากัน และคะแนนที่อยู่ระหว่างจุดอ้างอิงไม่มีคำอธิบายของ ETS
| จุดอ้างอิง Listening + Reading | คะแนนรวม | ภาพรวม (ตีความโดยผู้เขียน) |
|---|---|---|
| 200 + 150 | 350 | ตอบได้เมื่อคำในข้อสอบตรงกับที่ได้ยินหรือที่อ่าน ข้อความต้องสั้นและคำง่าย |
| 200 + 250 | 450 | อ่านข้อความสั้นพอตามได้ แต่ฟังบทยาวและเรื่องที่เปลี่ยนคำยังไม่ไหว |
| 300 + 250 | 550 | ฟังเข้าใจเมื่อมีการพูดซ้ำ อ่านได้เมื่อคำตรงกัน เรื่องเปลี่ยนคำและเชื่อมข้อมูลยังเป็นจุดอ่อน |
| 300 + 350 | 650 | อ่านข้อมูลที่เปลี่ยนคำได้ ฟังบทยาวยังต้องมีตัวช่วย |
| 400 + 350 | 750 | ฟังบทยาวโดยไม่ต้องมีตัวช่วย การอ่านเชื่อมข้อมูลในบริเวณกว้างยังไม่สม่ำเสมอ |
| 400 + 450 | 850 | จุดอ่อนเหลือเฉพาะเนื้อหาที่ใช้คำหรือไวยากรณ์ที่ไม่ค่อยพบ |
TOEIC 600 อยู่ระดับไหน
คำถามนี้ค้นบ่อยที่สุด จึงตอบแยกไว้ โดยดูจากเอกสารที่เปิดอ่านได้จริง
- ตามตารางเทียบ CEFR ของ ETS 600 อยู่เหนือขั้นต่ำ B1 (550) และต่ำกว่าขั้นต่ำ B2 (785) ถ้าอ่านตามขั้นต่ำก็คือกลุ่ม B1 ช่วงที่ยังไม่ถึง B2
- ตามคำอธิบายของ ETS 600 รวมได้หลายแบบ เช่น Listening ราว 300 กับ Reading ราว 300 ซึ่งอยู่ระหว่างจุดอ้างอิง Reading 250 กับ 350 (ผู้เขียนตีความว่า ฟังยังต้องมีการพูดซ้ำหรือคำง่ายช่วย ส่วนการอ่านเริ่มเข้าใจข้อมูลที่เปลี่ยนคำได้บ้าง) ถ้าได้ 600 แต่ Listening 250 กับ Reading 350 ภาพจะต่างออกไป จึงต้องดูใบคะแนนที่แยกสองส่วน
- ตามตาราง percentile rank ของ ETS ตารางนี้ไม่ได้ให้เปอร์เซ็นไทล์ของคะแนนรวม ให้เฉพาะแต่ละส่วน ดูหัวข้อถัดไป
- ในประกาศของมหาวิทยาลัยมหิดล 600 เป็นทางเลือกหนึ่งของคนที่ต้องแสดงความสามารถระดับ B2 (รายละเอียดในหัวข้อเกณฑ์ที่ไทย)
ฟังกับอ่านคะแนนเท่ากัน ไม่ได้อยู่ลำดับเดียวกัน: ตัวเลขจากตาราง percentile rank ของ ETS
ตาราง percentile rank ของ ETS บอก "เปอร์เซ็นต์ของผู้สอบ TOEIC secure program ปี 2022–2024 ที่ได้คะแนนต่ำกว่าคะแนนส่วนนั้น" แยก Listening กับ Reading ตารางไม่ได้แยกประเทศ ตัวเลขจึงเป็นภาพรวมของผู้สอบกลุ่มนั้น ไม่ใช่ผู้สอบในไทยอย่างเดียว
| คะแนนของส่วนนั้น | Listening: ผู้สอบที่ได้ต่ำกว่า | Reading: ผู้สอบที่ได้ต่ำกว่า |
|---|---|---|
| 200 | 4% | 19% |
| 250 | 11% | 33% |
| 300 | 23% | 50% |
| 350 | 42% | 67% |
| 400 | 63% | 83% |
| 450 | 83% | 94% |
| 490 | 96% | 99% |
คะแนน 300 เท่ากัน แต่ Listening 300 ได้ลำดับที่ต่ำกว่า Reading 300 มาก ถ้าได้ Listening 300 กับ Reading 300 ในรอบเดียว (รวม 600) ก็แปลว่าตามตารางนี้ฝั่งอ่านอยู่ในลำดับสูงกว่าฝั่งฟัง ผู้เขียนไม่ได้สรุปว่าเพราะอะไร ตัวเลขนี้เพียงบอกว่า ไม่ควรเปรียบเทียบคะแนนฟังกับอ่านตรง ๆ ว่าอันไหน "ดีกว่า" จากตัวเลข ถ้าอยากรู้ว่าฝั่งไหนอ่อนกว่าเพื่อนร่วมสอบ ให้เทียบกับตาราง
เกณฑ์ที่ไทยใช้จริง: ตัวอย่างจากประกาศที่เปิดอ่านได้
เกณฑ์ไม่ได้มีตัวกลางที่ทุกที่ใช้ร่วมกัน ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นประกาศที่เปิดอ่านต้นฉบับได้
| ผู้รับผล | เกณฑ์ TOEIC | เงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวกับคะแนน |
|---|---|---|
| การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ประกาศ ที่ 13/2569 เรื่อง การรับสมัครงาน ผู้สมัครที่ใช้วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป | TOEIC (แบบ Personal) ไม่น้อยกว่า 550 จาก 990 | ใช้ข้อสอบอื่นแทนได้ (TOEFL iBT 60, IELTS 4.5, CU-TEP 60, TU-GET PBT 500) ผลสอบต้องไม่เกิน 2 ปีนับจากวันสอบถึงวันยื่นใบสมัครออนไลน์ รอบรับสมัครงานปี 2569 นี้เปิดรับสมัคร 22 มิถุนายน–10 กรกฎาคม 2569 (ปิดรับแล้ว) ประกาศรอบถัดไปอาจเปลี่ยนเกณฑ์ |
| มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประกาศลงวันที่ 18 มิถุนายน 2567 นักศึกษาปริญญาตรีที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2567 | ไม่น้อยกว่า 550 | ผลสอบ TOEIC ต้องไม่เกิน 2 ปีนับถึงวันยื่น วันสอบต้องอยู่หลังขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา เว้นแต่ผลสอบถึงเกณฑ์เทียบ B2 ซึ่งประกาศระบุ TOEIC 785 |
| มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศมาตรฐานความรู้ภาษาอังกฤษ ปริญญาตรี พ.ศ. 2569 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2568 | 600 ขึ้นไป เป็นเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งจากหลายข้อ | ประกาศกำหนดเป้าหมายระดับ B2 มีทางเลือกอื่น เช่น MU-ELT 84, TOEFL iBT 64, IELTS 5.0 และรายวิชา LAEN 105 หรือ LAEN 124 ที่ได้คะแนนไม่น้อยกว่า 65 จาก 100 หลักสูตรที่ตั้งเกณฑ์สูงกว่าใช้เกณฑ์ของหลักสูตร |
| มหาวิทยาลัยนเรศวร ประกาศลงวันที่ 15 มิถุนายน 2565 นิสิตปริญญาตรีที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2565 | ใช้ตารางเทียบคะแนนของมหาวิทยาลัยเอง | หลักสูตรไทยต้องถึงระดับ A2 และหลักสูตรนานาชาติถึง B1 ตามคะแนนข้อสอบของมหาวิทยาลัย (ดูข้อสังเกตด้านล่าง) |
ข้อสังเกต: คำว่า B2 ในแต่ละที่ ไม่ได้แปลว่าคะแนนเท่ากัน
| ที่มา | TOEIC กับระดับ B2 |
|---|---|
| ตารางเทียบของ ETS | ขั้นต่ำ B2 คือ Listening 400 + Reading 385 = 785 |
| ประกาศสงขลานครินทร์ | ระบุ TOEIC 785 เป็นเกณฑ์ที่เทียบเท่า B2 (ใช้กับผลสอบก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา) |
| ประกาศมหิดล | กำหนดเป้าหมายระดับ B2 และให้ TOEIC 600 ขึ้นไปเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ถือว่าถึงเกณฑ์ |
| ตารางเทียบของนเรศวร | แถว TOEIC 676–750 และ 751–825 อยู่ในกลุ่ม B2 ส่วน 526–600 และ 601–675 อยู่ในกลุ่ม B1 (คอลัมน์ TOEIC ของตารางนี้ระบุที่มาเป็นเว็บไซต์ yourenglishtest.com ไม่ใช่ ETS) |
ตัวเลข 785, 600 และ 676 ของระดับเดียวกันต่างกัน นี่เป็นข้อสังเกตของผู้เขียน ไม่ได้มาจากประกาศหรือ ETS ที่เปิดอ่านได้ ผลที่ตามมาคือ เวลาเห็นคำว่า "B2" หรือ "ผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษ" ให้ดูตัวเลขที่เขียนในประกาศของที่นั่นจริง ๆ อย่านำตารางของ ETS หรือของที่อื่นมาแทน
ตั้งเป้าอย่างไร: ข้อเสนอของผู้เขียน
ส่วนนี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียน ยกเว้นตัวเลขความคลาดเคลื่อนที่อ้างจากคู่มือของ ETS
| สถานการณ์ | แนวทาง |
|---|---|
| มีประกาศหรือเกณฑ์ที่ต้องยื่นแล้ว | ใช้ตัวเลขในประกาศเป็นเป้า ดูประเภทผลสอบที่รับ (เช่น กฟผ. รับเฉพาะ Personal) และอายุผลสอบนับถึงวันยื่น |
| ยังไม่มีประกาศ แต่ต้องการ "ผ่านเกณฑ์ทั่วไปของมหาวิทยาลัยหรือที่ทำงานส่วนใหญ่" | ตัวอย่างที่เปิดอ่านได้ในบทความนี้อยู่ที่ 550–600 ตั้งเป้าให้เกินเล็กน้อย แล้วเช็กประกาศจริงภายหลัง |
| อยากรู้ว่าภาษาอังกฤษอยู่ระดับไหนตาม CEFR | ใช้ตารางเทียบของ ETS แต่ดู Listening กับ Reading แยกกัน และถือเป็นแนวทาง |
| ได้ 600 แล้วอยากรู้ว่าต้องไปต่ออย่างไร | ดูใบคะแนนว่าส่วนไหนต่ำกว่า แล้วอ่านคำอธิบายของ ETS ระดับถัดไปของส่วนนั้นว่าต้องเพิ่มอะไร (เช่น Reading ราว 250 → 350 คือเริ่มเข้าใจข้อมูลที่เปลี่ยนคำ) |
เรื่องความคลาดเคลื่อน คู่มือผู้สอบของ ETS ระบุว่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการวัด (SEM) อยู่ที่ราว 25 คะแนนต่อส่วน ยกตัวอย่างว่าถ้าได้ Listening 300 คะแนนจริงมีโอกาส 68% อยู่ราว 275–325 และความต่างระหว่างสองครั้ง (SEdiff) อยู่ราว 35 คะแนนต่อส่วน เมื่อ Listening เพิ่มจาก 300 เป็น 340 ETS ยกเป็นตัวอย่างว่าไม่น่าเป็นเรื่องบังเอิญ ดังนั้นถ้าเกณฑ์คือ 550 ไม่ควรตั้งเป้าที่ 550 พอดี และถ้าคะแนนเปลี่ยนแค่ 10–20 คะแนนต่อส่วนระหว่างสองครั้ง จะบอกได้ยากว่าเป็นการเปลี่ยนจริง เรื่องวิธีประมาณคะแนนจากจำนวนข้อที่ถูก ดูในบทความถูกกี่ข้อได้กี่คะแนน และเรื่องเวลาที่ต้องใช้เพื่อไปถึง 550 ดูในบทความTOEIC 550 สมัครงาน และTOEIC 600 เพื่อจบ
ทำแบบเดียวกันใน Otteric
ถ้ายังไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ช่วงไหน Otteric ซึ่งเป็นแอปเตรียมสอบ TOEIC L&R ที่ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ มีแบบทดสอบวัดระดับ 14 ข้อ ราว 6 นาที จากทั้ง Listening และ Reading ทำได้ก่อนสมัครสมาชิก ผลที่ได้คือช่วงคะแนนโดยประมาณตอนนี้ และภาพรวมราย Part ว่าส่วนไหนอ่อน จากนั้นแอปเลือกโจทย์ประจำวันให้ตามผลนั้น
แพ็กเกจฟรีใช้ได้ตลอด ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ได้แก่ ฝึกวันละ 3 ชุด (ชุดละ 5–10 นาที) ข้อสอบจำลอง 30 ข้อเดือนละ 2 ครั้ง สมุดคำศัพท์ 100 คำ แบบทดสอบวัดระดับ คะแนนคาดการณ์และกราฟพัฒนาการ และคำอธิบายพร้อมไฮไลต์จุดที่บอกคำตอบ พร้อมคำแปลภาษาไทย คะแนนคาดการณ์คำนวณจากข้อมูลวิเคราะห์ข้อสอบเก่าและประวัติการตอบของผู้ใช้ ยิ่งฝึกต่อเนื่องยิ่งแม่นขึ้น ถ้าตั้งวันสอบไว้ แอปจะเรียงโจทย์ย้อนจากวันสอบ
แพ็กเกจพรีเมียม ฿191 ต่อเดือน หรือ ฿1,614 ต่อปี ฝึก ข้อสอบจำลอง และสมุดคำศัพท์ได้ไม่จำกัด ข้อสอบจำลองเลือกได้ 4 ขนาด (30, 50, 100 และ 200 ข้อ ซึ่ง 200 ข้อมีโครงสร้างเท่าข้อสอบจริง) และดูปฏิทินการเรียนได้ทั้งหมด ยกเลิกได้ทุกเมื่อ หลังยกเลิกยังใช้ฟีเจอร์ฟรีได้
Otteric ทำอะไรไม่ได้
- คะแนนคาดการณ์ไม่ใช่ผลสอบทางการ ใช้ยื่นสมัครงานหรือจบการศึกษาไม่ได้ คะแนนทางการต้องสอบกับ CPA (Thailand) ถ้าต้องใช้คะแนนทางการตามตารางเทียบข้างต้น ต้องไปสอบจริง
- ไม่มีบทเรียนวิดีโอหรือการบรรยาย ไม่มีโค้ชที่เป็นคนจริงด้วย ถ้าอยากได้คนสอนไวยากรณ์ ให้ใช้คอร์สหรือหนังสือควบคู่
- โจทย์ไม่ใช่ข้อสอบจริงของ ETS และ Otteric ไม่รองรับ TOEIC Speaking & Writing ซึ่งเป็นข้อสอบอีกชุด (ETS มีตารางเทียบ CEFR ของ Speaking & Writing แยกไว้ใน Mapping Table เดียวกัน ให้ดูที่เอกสารของ ETS)
- ไม่มีใน App Store และ Google Play ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้ง และเพิ่มไว้ที่หน้าจอโฮมให้ใช้เหมือนแอปได้
แหล่งข้อมูล
- ETS: Mapping the TOEIC tests on the CEFR (ผู้เชี่ยวชาญ 22 คน เกณฑ์ 2 ใน 3 และ Reading C1 ที่ 45%), TOEIC Listening & Reading Score Descriptors, Percentile rank, Examinee Handbook (L&R แบบกระดาษ) (หัวข้อ pass, Score Proficiency Descriptions, SEM, Repeat Test Takers)
- ETS Global: Mapping Table TOEIC Listening and Reading Test Scores and the CEFR Levels (คะแนนรวมขั้นต่ำ 120, 225, 550, 785, 945 และหมายเหตุเรื่อง TOEIC Bridge)
- CPA (Thailand): TOEIC Listening & Reading FAQ
- ผู้รับผล: ประกาศ กฟผ. ที่ 13/2569, ประกาศมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (18 มิถุนายน 2567), ประกาศมหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2569, ประกาศมหาวิทยาลัยนเรศวร (15 มิถุนายน 2565)
คำถามที่พบบ่อย
TOEIC ได้เท่าไหร่ถึงเรียกว่าดี?
ไม่มีคะแนนผ่านหรือตก คู่มือผู้สอบของ ETS และคำถามที่พบบ่อยของ CPA (Thailand) ระบุว่าผู้รับผลเป็นผู้กำหนดเกณฑ์ ตัวเลขกลางจาก ETS คือคะแนนรวมขั้นต่ำของแต่ละระดับ CEFR ที่ได้จากการบวกขั้นต่ำของ Listening กับ Reading ได้แก่ A2 225, B1 550, B2 785 และ C1 945 ETS ระบุว่าเป็นแนวทาง ไม่แนะนำให้ใช้เป็นเส้นตัดตายตัว ส่วนประกาศในไทยที่เปิดอ่านได้ เช่น กฟผ. และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ใช้ 550 มหาวิทยาลัยมหิดลใช้ 600
TOEIC 600 อยู่ระดับไหน?
ตามตารางเทียบ CEFR ของ ETS 600 อยู่เหนือขั้นต่ำ B1 (550) และต่ำกว่าขั้นต่ำ B2 (785) ETS ไม่ได้อธิบายคะแนนรวม แต่อธิบายแยก Listening และ Reading เช่น Listening ราว 300 ยังพึ่งการพูดซ้ำและตำแหน่งของข้อมูล Reading ราว 250 ยังต้องอาศัยการจับคู่คำเดียวกัน ส่วน Reading ราว 350 เริ่มเข้าใจข้อมูลที่เปลี่ยนคำ ประกาศของมหาวิทยาลัยมหิดลใช้ 600 เป็นหนึ่งในเกณฑ์ของเป้าหมายระดับ B2
TOEIC 550 เทียบเท่า CEFR ระดับไหน?
ตามตารางเทียบของ ETS 550 คือคะแนนรวมขั้นต่ำของ B1 ซึ่งมาจาก Listening 275 บวก Reading 275 ETS แนะนำให้ดูสองส่วนแยกกัน ถ้าคะแนนรวมถึง 550 แต่ส่วนใดส่วนหนึ่งต่ำกว่า 275 จะยังไม่ถึงขั้นต่ำของส่วนนั้น
TOEIC 785 คืออะไร ทำไมหลายที่พูดถึง?
785 คือคะแนนรวมขั้นต่ำของระดับ B2 ตามตารางเทียบของ ETS (Listening 400 บวก Reading 385) และประกาศของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ใช้ TOEIC 785 เป็นเกณฑ์เทียบเท่า B2 สำหรับผลสอบก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา แต่มหาวิทยาลัยอื่นอาจใช้ตัวเลขต่างกัน เช่น ประกาศของมหาวิทยาลัยมหิดลรับ 600 เป็นหนึ่งในทางเลือกของเป้าหมายระดับ B2
ถ้าคะแนนรวมถึงเกณฑ์ แต่ Listening หรือ Reading ส่วนใดส่วนหนึ่งต่ำ ถือว่าถึงระดับนั้นไหม?
ตามตารางของ ETS ไม่ถือว่าถึง ETS สนับสนุนให้พิจารณาระดับ CEFR ของ Listening กับ Reading แยกกัน และบอกว่าคะแนนรวมเป็นเพียงค่าประมาณจากการบวกคะแนนตัดสองส่วน แต่ผู้รับผลแต่ละแห่งอาจดูแค่คะแนนรวม ต้องเปิดประกาศของที่ยื่น
ETS แนะนำให้ใช้ข้อสอบอะไรวัดระดับ A1 ถึง B1?
ETS Global ระบุในหมายเหตุของตารางเทียบว่า สำหรับระดับ A1 ถึง B1 แนะนำให้สอบ TOEIC Bridge ในตารางของ TOEIC L&R คะแนนรวมขั้นต่ำของ A1 คือ 120 A2 คือ 225 B1 คือ 550 และ B2 คือ 785 ดังนั้นช่วง A1 ถึง B1 ครอบคลุมคะแนนรวมราว 120 ถึงต่ำกว่า 785 ซึ่งรวมช่วง 550 ถึง 784 ด้วย ช่วงนี้เป็นการอ่านของผู้เขียนจากตัวเลขขั้นต่ำ
คะแนน Listening 300 กับ Reading 300 เท่ากันไหม?
ตัวเลขเท่ากัน แต่ลำดับไม่เท่ากัน ตารางเปอร์เซ็นไทล์ของ ETS (ผู้สอบ TOEIC secure program ปี 2022 ถึง 2024) ระบุว่าผู้สอบที่ได้ต่ำกว่า Listening 300 มี 23% ส่วนผู้สอบที่ได้ต่ำกว่า Reading 300 มี 50% จึงไม่ควรเทียบฟังกับอ่านตรง ๆ จากตัวเลข
คะแนนที่ได้ขยับ 10-20 คะแนนต่อส่วน ถือว่าพัฒนาจริงไหม?
อ่านเป็นการพัฒนาจริงยาก คู่มือผู้สอบของ ETS ระบุว่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการวัดอยู่ราว 25 คะแนนต่อส่วน และความต่างระหว่างสองครั้งอยู่ราว 35 คะแนนต่อส่วน ETS ยกตัวอย่างว่า Listening เพิ่มจาก 300 เป็น 340 ไม่น่าเป็นเรื่องบังเอิญ
สมัครงานหรือจบมหาวิทยาลัยในไทย ต้องใช้ TOEIC เท่าไร?
ไม่มีตัวเลขกลาง ต้องเปิดประกาศของที่ยื่นจริง ตัวอย่างที่เปิดอ่านได้ กฟผ. ในประกาศรับสมัครงานรอบปี 2569 ใช้ TOEIC แบบ Personal ไม่น้อยกว่า 550 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ใช้ไม่น้อยกว่า 550 และมหาวิทยาลัยมหิดลใช้ 600 ขึ้นไปเป็นทางเลือกหนึ่ง นอกจากคะแนนยังต้องดูประเภทผลสอบที่รับและอายุผลสอบนับถึงวันยื่น