Part 7 อ่านไม่ทัน ทำยังไงดี? Reading 75 นาที 100 ข้อ แบ่งเวลา Part 5/6/7 ลำดับการทำ เกณฑ์ทิ้งข้อ และวิธีฝึกจับเวลา

ทีมบรรณาธิการ Otteric ・ เผยแพร่

สรุปสั้น ๆ

ส่วนการอ่านของ TOEIC L&R มี 100 ข้อใน 75 นาที เฉลี่ยข้อละ 45 วินาที ตามคู่มือผู้สอบของ ETS แบ่งเป็น Part 5 จำนวน 30 ข้อ Part 6 จำนวน 16 ข้อ และ Part 7 จำนวน 54 ข้อ (ข้อความเดี่ยว 10 บท 29 ข้อ และชุดหลายข้อความ คือข้อความคู่หรือสามข้อความ 5 ชุด ชุดละ 5 ข้อ รวม 25 ข้อ) ทางแก้ Part 7 อ่านไม่ทันที่ได้ผลที่สุดมักไม่ใช่การอ่านให้เร็วขึ้น แต่เป็น การจบ Part 5–6 ให้ได้ภายในประมาณ 18–22 นาที เพื่อเหลือเวลาให้ Part 7 ประมาณ 53–57 นาที หรือราวข้อละ 1 นาที ส่วนข้อที่ไม่รู้ให้เดาแล้วฝนไว้ก่อน เพราะ ETS ไม่หักคะแนนข้อที่ตอบผิด ที่ CPA (Thailand) ห้ามนำนาฬิกาทุกชนิดเข้าห้องสอบ และห้ามขีดเขียนในสมุดข้อสอบ ดังนั้นจังหวะเวลาต้องฝึกให้ติดตัวไว้ก่อนวันสอบ

"Part 7 อ่านไม่ทันทุกรอบ" เป็นปัญหาที่คนเตรียม TOEIC เจอกันมาก ทั้งคนที่ต้องการ 550–600 เพื่อจบมหาลัยหรือสมัครงาน และคนที่ต้องการ 700 ขึ้นไป หลายคนยังเหลือข้อท้าย ๆ ที่ต้องฝนเดาตอนผู้คุมสอบบอกว่าหมดเวลา

บทความนี้เริ่มจากโครงสร้างส่วนการอ่านตามเอกสารของ ETS แล้วเสนอเวลาเป้าหมายของแต่ละ Part ลำดับการทำ เกณฑ์ตัดสินใจว่าเมื่อไรควรทิ้งข้อ และวิธีฝึกจับเวลาที่บ้าน ข้อมูลเรื่องข้อสอบและกฎในห้องสอบตรวจจากคู่มือผู้สอบของ ETS และเว็บไซต์ CPA (Thailand) ส่วน เวลาเป้าหมายและวิธีฝึกเป็นข้อเสนอของบทความนี้ ไม่ใช่ข้อกำหนดทางการ

ส่วนการอ่าน 75 นาที มีอะไรบ้าง

ตาม Examinee Handbook ของ ETS (ฉบับแบบกระดาษ) และหน้ารูปแบบข้อสอบของ CPA (Thailand) ส่วนการอ่านมี 3 Part รวม 100 ข้อ เวลา 75 นาที เลขข้อในตารางนับจากตัวอย่างข้อสอบและเฉลยของ ETS

Partรูปแบบจำนวนข้อเลขข้อ
Part 5เติมประโยคให้สมบูรณ์30101–130
Part 6เติมข้อความให้สมบูรณ์16131–146
Part 7 ข้อความเดี่ยว10 บท บทละ 2–4 ข้อ29147–175
Part 7 หลายข้อความข้อความคู่หรือสามข้อความ 5 ชุด ชุดละ 5 ข้อ25176–200

สิ่งที่ควรรู้จากเอกสารทางการ

  • คู่มือของ ETS ไม่ได้ระบุว่ามีชุดข้อความคู่กี่ชุด และสามข้อความกี่ชุด บอกแค่ว่ามี 5 ชุด ชุดละ 5 ข้อ ในตัวอย่างข้อสอบของ ETS ข้อ 176–180 เป็นโฆษณากับอีเมล (ข้อความคู่) ส่วนข้อ 196–200 เป็นโฆษณา ตะกร้าสินค้าออนไลน์ และอีเมล (สามข้อความ) แปลว่า ในตัวอย่างของ ETS ชุดนี้ ชุดที่ต้องอ่านมากที่สุดอยู่ท้ายสุดของข้อสอบ ซึ่งเป็นช่วงที่เวลาเหลือน้อยที่สุดพอดี
  • ส่วนการอ่านไม่มีเวลาแยกแต่ละ Part ภายใน 75 นาทีจะทำ Part ไหนก่อนหลังก็ได้ ETS เขียนในคู่มือว่าต้องแบ่งเวลาเอง ทำให้เร็ว และถ้าไม่รู้คำตอบข้อไหนให้ข้ามไปก่อนแล้วกลับมาทีหลัง
  • ไม่มีการหักคะแนนเมื่อเดาผิด คู่มือของ ETS ระบุว่าคะแนนคิดจากจำนวนข้อที่ตอบถูก และไม่มีการหักคะแนนจากการเดา จึงไม่ควรเว้นข้อว่างไว้เลย
  • ประเภทคำถามใน Part 7 ไม่ได้มีแค่ถามรายละเอียด ในตัวอย่างของ ETS มีทั้งคำถามแบบ "What is NOT…" คำถามให้หาตำแหน่งที่ควรแทรกประโยค (ตำแหน่ง 1–4) และคำถามในแชตข้อความว่า "At 12:15, what does … mean" ในความเห็นของเรา คำถามสองแบบแรกมักต้องไล่อ่านทั้งบท จึงกินเวลามากกว่าแบบอื่น

สอบที่ไทย ต้องรู้อะไรเรื่องเวลาเพิ่ม

กฎของศูนย์สอบที่ไทยมีผลกับการแบ่งเวลามากกว่าที่หลายคนคิด ตามหน้าการสอบรอบ Public ของ CPA (Thailand)

  • ห้ามนำนาฬิกาทุกชนิดเข้าห้องสอบ (รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งตรงกับคู่มือของ ETS ที่ห้ามนาฬิกาแบบเข็ม แบบดิจิทัล และสมาร์ตวอทช์ หน้าเว็บของ CPA ไม่ได้บอกว่าในห้องสอบจะมีนาฬิกาให้ดูหรือไม่ ถ้าอยากรู้ ให้สอบถาม CPA ก่อนวันสอบ ระหว่างนี้ควรเตรียมใจไว้ว่า อาจต้องกะเวลาเอง
  • ห้ามขีดเส้นใต้ จด หรือทำเครื่องหมายในสมุดข้อสอบและกระดาษคำตอบ เทคนิค "วงข้อที่ข้ามไว้แล้วค่อยกลับมา" หรือ "ขีดเส้นใต้คำสำคัญในบทความ" จึงใช้ในห้องสอบจริงไม่ได้ ต้องฝึกจำและหาคำสำคัญด้วยสายตา
  • ตอบด้วยการฝนกระดาษคำตอบ (Paper & Pencil) จึงต้องมีเวลาสำหรับฝนด้วย ถ้าเก็บไว้ฝนรวดเดียวตอนท้าย จะเสี่ยงฝนไม่ทันหรือฝนเลื่อนบรรทัด

ข้อสรุปของบทความนี้คือ ตอนฝึกที่บ้าน อย่าดูนาฬิกาบ่อย ให้ดูเฉพาะจุดเช็กไม่กี่จุด เพื่อให้ร่างกายจำจังหวะได้เอง และให้ ฝนคำตอบทันทีที่ทำแต่ละข้อหรือแต่ละบทเสร็จ

ควรแบ่งเวลา Part 5 / 6 / 7 อย่างไร

ข้อเสนอของบทความนี้คือ แบ่งเวลาโดยกันเวลาให้ Part 7 ก่อน แล้วค่อยจัดเวลาที่เหลือให้ Part 5–6 คอลัมน์ "เวลาที่ใช้ไปแล้ว" นับจากตอนเริ่มส่วนการอ่าน

ช่วงเวลาเป้าหมายเฉลี่ยต่อข้อเวลาที่ใช้ไปแล้วเมื่อจบช่วงนี้
Part 5 (30 ข้อ)10–12 นาที20–25 วินาทีไม่เกิน 12 นาที
Part 6 (16 ข้อ)8–10 นาที30–35 วินาทีไม่เกิน 22 นาที
Part 7 ข้อความเดี่ยว (29 ข้อ)25–26 นาทีประมาณ 1 นาทีไม่เกิน 48 นาที
Part 7 หลายข้อความ (25 ข้อ)25–27 นาทีประมาณ 1 นาที (ชุดละ 5 นาที)75 นาที

ทำไมถึงตั้งแบบนี้

  • Part 5 คือที่ที่เสียเวลาโดยไม่รู้ตัวมากที่สุด ข้อละประโยคเดียว เลยรู้สึกว่าไม่ได้ใช้เวลานาน แต่ถ้าข้อละ 40 วินาที 30 ข้อจะกลายเป็น 20 นาที ทำให้ Part 7 หายไป 8–10 นาที หรือเท่ากับข้อสอบราว 8–10 ข้อ
  • ข้อไวยากรณ์ใน Part 5 ส่วนใหญ่ไม่ต้องอ่านทั้งประโยค เช่น ตัวอย่างข้อ 101 ของ ETS ที่ตัวเลือกเป็น complication / complicates / complicate / complicated ดูแค่คำรอบช่องว่างก็ตอบได้ ข้อที่ต้องอ่านทั้งประโยคคือข้อที่ถามความหมายของคำศัพท์
  • Part 7 ชุดหลายข้อความอยู่ท้ายสุด และต้องอ่าน 2–3 ข้อความต่อชุด ถ้ามาถึงตรงนี้ตอนเหลือ 15 นาที จะเหลือชุดละ 3 นาที ซึ่งอ่านไม่ทันสำหรับคนส่วนใหญ่

ถ้าพื้นฐานยังอ่อน (เช่น ยังทำ Part 5 ถูกไม่ถึงครึ่ง) ไม่ต้องรีบบีบให้ได้ตามตารางนี้ตั้งแต่แรก ให้ใช้ตารางเป็นเป้าหมายระยะกลาง และไปเพิ่มศัพท์กับไวยากรณ์ก่อน เพราะความเร็วในการอ่านขึ้นกับจำนวนคำที่รู้มาก (ดูวิธีท่องศัพท์ TOEIC ให้จำได้)

ทำไม Part 7 ถึงอ่านไม่ทัน: 5 สาเหตุและทางแก้

สาเหตุอาการทางแก้
Part 5–6 ใช้เวลาเกินเริ่ม Part 7 ตอนเหลือไม่ถึง 50 นาทีตั้งเวลา Part 5 ชุดละ 10 ข้อ ใน 4 นาที
แปลเป็นไทยในหัวทุกประโยคอ่านจบบทแล้วยังไม่รู้ว่าคำถามถามอะไรอ่านคำถามก่อน แล้วหาเฉพาะส่วนที่ตอบ
ศัพท์ธุรกิจไม่พอต้องอ่านประโยคเดิมซ้ำ 2–3 รอบท่องศัพท์ที่เจอในบทอ่านที่เคยทำ
ไม่เคยทำ 75 นาทีต่อเนื่อง20 ข้อสุดท้ายสมาธิหลุด อ่านไม่เข้าหัวทำจับเวลาเต็ม 75 นาทีทุก 2–3 สัปดาห์
ติดข้อยากนานเกินไปข้อเดียวใช้ 3–4 นาทีตั้งกฎทิ้งข้อ (ดูหัวข้อถัดไป)

สาเหตุที่คนไทยเจอบ่อยคือข้อ 2 การแปลทุกคำเป็นภาษาไทยในหัวช่วยให้เข้าใจละเอียด แต่ Part 7 ไม่ได้ถามทุกประโยค คำถามส่วนใหญ่ถามรายละเอียดบางจุด เช่น วันที่ ราคา หรือเหตุผลที่ส่งอีเมล ถ้าอ่านคำถามก่อนว่าต้องหาอะไร จะกวาดตาหาเฉพาะจุดนั้นได้ ส่วนคำถามที่ถามภาพรวม เช่น "What is the purpose of the e-mail?" มักตอบได้จากย่อหน้าแรก

ลำดับการทำ และเมื่อไรควรทิ้งข้อ

ลำดับที่แนะนำ

ข้อเสนอของบทความนี้คือ ทำตามลำดับ Part 5 → 6 → 7 สำหรับคนส่วนใหญ่ เหตุผลคือห้องสอบที่ไทยห้ามทำเครื่องหมายในสมุดข้อสอบ ถ้ากระโดดไปทำ Part 7 ก่อน แล้วกลับมาทำ Part 5 จะต้องจำเองว่าข้อไหนทำแล้ว ข้อไหนยังไม่ได้ทำ และมีโอกาสฝนผิดบรรทัดมากขึ้น

สำหรับคนที่ทำ Part 5 ได้ถูกต้องดีแล้วแต่ยังช้า การ "เริ่มจาก Part 7 ชุดหลายข้อความก่อน" ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ควรลองในการฝึกจับเวลาที่บ้านอย่างน้อย 2–3 ครั้งก่อนจะใช้ในวันสอบจริง

ภายใน Part 7 ให้ทำแต่ละชุดแบบนี้

  1. อ่านคำถามทุกข้อของชุดนั้นก่อนแบบเร็ว ๆ (ยังไม่ต้องอ่านตัวเลือก)
  2. อ่านบทความ แล้วตอบข้อที่เจอคำตอบระหว่างอ่าน
  3. ข้อ "NOT" และข้อแทรกประโยค ให้เก็บไว้ทำเป็นข้อสุดท้ายของชุด
  4. ฝนคำตอบของชุดนั้นทันที ก่อนขึ้นชุดถัดไป

เกณฑ์ทิ้งข้อ (ข้อเสนอของบทความนี้)

  • Part 5: ข้อไหนคิดเกิน 30 วินาทีแล้วยังไม่แน่ใจ ให้เลือกตัวเลือกที่ดูใกล้ที่สุด ฝน แล้วไปต่อ ไม่ต้องกลับมาดูอีก
  • Part 6: ข้อแทรกประโยคทั้งประโยคใช้เวลามาก ถ้าเกิน 1 นาที ให้เดาแล้วไปต่อ
  • Part 7: ถ้าชุดไหนใช้เวลาเกิน "จำนวนข้อ × 1 นาที + 1 นาที" (เช่น ชุด 3 ข้อเกิน 4 นาที) ให้ตอบข้อที่เหลือด้วยการเดาแล้วขึ้นชุดใหม่ เพราะชุดถัดไปอาจมีข้อง่ายที่ตอบได้ใน 30 วินาที
  • ช่วงท้าย: ถ้ารู้ว่าเวลาใกล้หมด ให้ฝนทุกข้อที่เหลือให้ครบก่อน (เลือกตัวอักษรเดียวกันทั้งหมดก็ได้) แล้วค่อยใช้เวลาที่เหลือทำต่อและแก้คำตอบทีละข้อ วิธีนี้ทำให้ไม่มีข้อว่างแม้ผู้คุมสอบจะบอกหมดเวลากะทันหัน

ข้อนี้สำคัญกับคนที่เป้าหมาย 550–600 ด้วย คะแนนคิดจากจำนวนข้อที่ตอบถูก จึงอาจคุ้มกว่าถ้าอ่าน 40 ข้อแรกของ Part 7 ให้ถูกอย่างมั่นใจ แล้วเดา 10–15 ข้อสุดท้าย แทนการรีบอ่านแบบผ่าน ๆ ให้จบทุกข้อแต่ผิดเยอะ ส่วนจำนวนข้อที่ถูกจะแปลงเป็นคะแนนเท่าไร คู่มือของ ETS อธิบายว่าข้อสอบแต่ละชุดมีตารางแปลงคะแนนของตัวเองตามความยากของชุดนั้น และไม่เปิดเผยตารางต่อสาธารณะ จึงบอกเป็นตัวเลขตายตัวไม่ได้

ฝึกจับเวลาอย่างไรให้ Part 7 ทันจริง

ข้อเสนอของบทความนี้แบ่งเป็น 4 ขั้น ใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์ ถ้ามีเวลาแค่วันละ 15–30 นาที ให้ใช้ขั้น 2–3 เป็นงานของวันธรรมดา และเก็บขั้น 1 กับขั้น 4 ไว้ในวันที่มีเวลายาว (ดูวิธีจัดเวลาในเตรียม TOEIC วันละ 15–30 นาที)

ขั้นทำอะไรดูอะไรจากผล
1. วัดตัวเองทำส่วนการอ่าน 100 ข้อ 75 นาทีต่อเนื่อง 1 ครั้งตอนเริ่ม Part 7 ใช้ไปกี่นาทีแล้ว ทำถึงข้อไหน
2. เร่ง Part 5–6Part 5 ชุดละ 10 ข้อใน 4 นาที / Part 6 บทละ 4 ข้อใน 2 นาทีครึ่งอัตราตอบถูกไม่ลดลงเมื่อทำเร็วขึ้น
3. Part 7 ทีละชุดจับเวลาชุดละ "จำนวนข้อ × 1 นาที"ข้อที่ผิดเพราะไม่มีเวลา หรือผิดเพราะไม่เข้าใจ
4. เต็ม 75 นาทีทำซ้ำทุก 2–3 สัปดาห์ โดยไม่ดูนาฬิกาเลยนอกจากจุดเช็กระยะห่างจากเป้าในตารางแบ่งเวลา

เทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยได้มาก

  • พอหมดเวลา ให้ทำต่อจนจบด้วยปากกาอีกสี จะได้แยกได้ว่าข้อไหนผิดเพราะไม่ทัน ข้อไหนผิดแม้มีเวลา ถ้าข้อที่ทำหลังหมดเวลาถูกเกือบหมด แปลว่าปัญหาคือการแบ่งเวลา ถ้าผิดเยอะเหมือนกัน แปลว่าปัญหาคือศัพท์และการอ่าน
  • ช่วงหลังให้ฝึกแบบไม่ดูเวลา ตั้งนาฬิกาจับเวลาไว้ห่างตัว ดูแค่ 2 จุด คือตอนจบ Part 6 (เป้าคือไม่เกิน 22 นาที) และตอนจบข้อ 175 (เป้าคือไม่เกิน 48 นาที) เพื่อซ้อมสภาพที่ไม่มีนาฬิกาข้อมือ
  • ฝนกระดาษคำตอบด้วยดินสอจริงตอนซ้อมเต็มชุด อย่างน้อยครั้งหนึ่ง จะได้รู้ว่าการฝนกินเวลาเท่าไร
  • ทวนบทความที่เคยทำแล้ว อ่านซ้ำบทที่เคยทำแบบไม่ต้องตอบคำถาม ช่วยให้คุ้นกับรูปแบบอีเมล ประกาศ และใบแจ้งหนี้ที่วนมาบ่อย และช่วยให้อ่านเร็วขึ้นโดยไม่ต้องพยายามเร่ง

ข้อควรระวังเรื่องสื่อที่ใช้ฝึก ไฟล์ตัวอย่างข้อสอบทางการของ ETS ที่ดาวน์โหลดฟรีมีส่วนการอ่านแค่บางส่วน ไม่ใช่ 100 ข้อ จึงใช้ดูประเภทคำถามได้ แต่ใช้ซ้อม 75 นาทีเต็มไม่ได้ สำหรับขั้น 1 และ 4 ต้องใช้หนังสือข้อสอบเสมือนจริงที่มีส่วนการอ่านครบ 100 ข้อ หรือแอปที่มีข้อสอบจำลองเต็มชุด (ถ้าอยากรู้ว่าส่วนไหนใช้ของฟรีได้ ดูใช้แอปฟรีฝึก TOEIC เองพอไหม)

เลือกเครื่องมือฝึกจับเวลา: เทียบกัน

วิธีฝึกจับเวลาส่วนการอ่านข้อสอบส่วนการอ่านข้อจำกัด
ตัวอย่างข้อสอบ ETS (ฟรี)ต้องจับเวลาเองบางส่วนของแต่ละ Partไม่พอสำหรับซ้อม 75 นาที
หนังสือข้อสอบเสมือนจริงต้องจับเวลาเอง100 ข้อต่อชุดต้องตรวจและนับเวลาเอง
Otteric ข้อสอบจำลองมีเวลาจำกัดอัตโนมัติ30 ข้อฟรี / 200 ข้อพรีเมียมไม่ได้ฝนกระดาษคำตอบ
Otteric ฝึกแยก Partเทียบเวลากับเป้าหมายรายข้อPart 5, 6, 7 แยกกันไม่มีการนับถอยหลัง

ใช้ Otteric ฝึกแบ่งเวลาได้แค่ไหน

Otteric เป็นแอปเตรียมสอบ TOEIC L&R ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้ง ส่วนที่เกี่ยวกับปัญหา Part 7 อ่านไม่ทันมีดังนี้

  • ข้อสอบจำลองมีเวลาจำกัดเฉพาะส่วนการอ่าน เหมือนข้อสอบจริง เวลาเริ่มนับเมื่อเข้า Part 5 และแสดงเวลาที่เหลือที่มุมขวาบน เมื่อเหลือ 1 นาทีจะเปลี่ยนเป็นสีเตือน และเมื่อหมดเวลาจะตรวจคะแนนให้อัตโนมัติ ข้อที่ไม่ได้ตอบนับเป็นผิด เวลาจำกัดของส่วนการอ่านคือ 11 นาทีสำหรับข้อสอบจำลอง 30 ข้อ (ส่วนการอ่าน 15 ข้อ) 19 นาทีสำหรับ 50 ข้อ 38 นาทีสำหรับ 100 ข้อ และ 75 นาทีสำหรับ 200 ข้อ ซึ่งมีโครงสร้างเหมือนข้อสอบจริง
  • ข้ามข้อแล้วกลับมาได้ กด "ดูสถานะการตอบ" เพื่อดูว่าข้อไหนยังไม่ได้ตอบ และกระโดดไปข้อนั้นได้ คำตอบเปลี่ยนภายหลังได้ ใช้ซ้อมเกณฑ์ทิ้งข้อได้ แต่ห้องสอบจริงไม่มีหน้าจอนี้ ต้องจำเอง
  • ฝึกแยก Part พร้อมเวลาเป้าหมาย ในหน้าคำอธิบายจะแสดงเวลาที่คุณใช้เทียบกับเวลาเป้าหมายของข้อนั้น (Part 5 ข้อละ 25 วินาที Part 6 ข้อละ 35 วินาที Part 7 ข้อละ 60 วินาที) และหน้าเลือก Part จะแสดง "เวลา +N%" ถ้า Part นั้นใช้เวลาเกินเป้าหมาย คำอธิบายเป็นภาษาไทย และใน Part 7 จะไฮไลต์จุดในบทอ่านที่เป็นหลักฐานของคำตอบ ช่วยให้เห็นว่าควรหาคำตอบจากตรงไหน
  • แบบทดสอบวัดระดับก่อนสมัคร 14 ข้อ ประมาณ 6 นาที ส่วนการอ่านในแบบทดสอบมีการนับถอยหลัง 3 นาที ถ้าใช้เกิน ผลจะมีความเห็นว่า "การจัดสรรเวลาในการอ่านเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา" ไม่ต้องสมัครสมาชิกและไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ลองทำแบบทดสอบได้ที่นี่

แพ็กเกจฟรีใช้ได้ไม่มีวันหมดอายุ ได้แก่ ฝึกวันละ 3 ชุด (ชุดละ 5–10 นาที เลือกฝึกแยก Part 7 อย่างเดียวได้) ข้อสอบจำลอง 30 ข้อเดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง สมุดคำศัพท์ 100 คำ คะแนนคาดการณ์และกราฟพัฒนาการ ส่วนพรีเมียม ฿191/เดือน หรือ ฿1,614/ปี ได้ข้อสอบจำลอง 30, 50, 100 และ 200 ข้อ การฝึก ข้อสอบจำลอง และสมุดคำศัพท์แบบไม่จำกัด และปฏิทินการเรียนทั้งหมด (แพ็กเกจฟรีดูย้อนหลังได้ 14 วัน) สำหรับขั้น 4 (ซ้อม 75 นาทีเต็ม) ในแผนข้างบน ต้องใช้ข้อสอบจำลอง 200 ข้อซึ่งเป็นพรีเมียม หรือใช้หนังสือข้อสอบเสมือนจริงแทน

Otteric ทำอะไรไม่ได้

  • ข้อสอบจำลองแบบฟรีซ้อม 75 นาทีเต็มไม่ได้ ส่วนการอ่านของข้อสอบจำลอง 30 ข้อมีเวลา 11 นาที ถ้าไม่อยากจ่าย ให้ใช้หนังสือข้อสอบเสมือนจริง 100 ข้อจับเวลาเอง
  • หยุดพักกลางข้อสอบจำลองได้ และเวลาส่วนการอ่านจะหยุดนับระหว่างพัก ซึ่งต่างจากห้องสอบจริง ถ้าจะซ้อมจังหวะจริง อย่ากดหยุดพัก
  • ผลข้อสอบจำลองแสดงอัตราตอบถูกราย Part และเวลารวม แต่ไม่แสดงเวลาที่ใช้แยกแต่ละ Part ถ้าอยากรู้ว่าเริ่ม Part 7 ตอนกี่นาที ให้จดเวลาที่เหลือตอนขึ้นข้อแรกของ Part 7 เอง
  • ไม่ได้ฝนกระดาษคำตอบ และไม่มีกฎห้ามทำเครื่องหมายแบบห้องสอบจริง ควรซ้อมกับกระดาษคำตอบจริงจากหนังสืออย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสอบ
  • ไม่มีบทเรียนเทคนิคการอ่านแบบวิดีโอ หรือครูคอยดู ถ้าต้องการคนอธิบายวิธีอ่านทีละขั้น คอร์สหรือติวเตอร์เหมาะกว่า

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

TOEIC Reading มีกี่ข้อ ใช้เวลากี่นาที?

ส่วนการอ่านมี 100 ข้อ เวลา 75 นาที ตามคู่มือผู้สอบของ ETS แบ่งเป็น Part 5 จำนวน 30 ข้อ Part 6 จำนวน 16 ข้อ และ Part 7 จำนวน 54 ข้อ โดย Part 7 เป็นข้อความเดี่ยว 10 บท 29 ข้อ และชุดหลายข้อความ (ข้อความคู่หรือสามข้อความ) 5 ชุด ชุดละ 5 ข้อ รวม 25 ข้อ ไม่มีเวลาแยกแต่ละ Part

Part 7 อ่านไม่ทันทุกรอบ ต้องทำยังไงดี?

เริ่มจากดูว่าเริ่ม Part 7 ตอนใช้เวลาไปแล้วกี่นาที ถ้าเกิน 22 นาที ปัญหาหลักอยู่ที่ Part 5 และ 6 ข้อเสนอของบทความนี้คือ Part 5 ประมาณ 10–12 นาที Part 6 ประมาณ 8–10 นาที แล้วเหลือให้ Part 7 ประมาณ 53–57 นาที หรือข้อละราว 1 นาที จากนั้นฝึก Part 7 ทีละชุดแบบจับเวลา อ่านคำถามก่อน และตั้งกฎว่าชุดไหนเกินเวลาให้เดาแล้วข้ามไป

ข้อที่ทำไม่ทันควรเว้นว่างหรือเดา?

ควรเดาและฝนให้ครบทุกข้อ คู่มือผู้สอบของ ETS ระบุว่าคะแนนคิดจากจำนวนข้อที่ตอบถูก และไม่มีการหักคะแนนจากการเดา ข้อที่เว้นว่างจึงไม่มีโอกาสได้คะแนนเลย

สอบ TOEIC ที่ไทย ใส่นาฬิกาข้อมือเข้าห้องสอบได้ไหม?

ไม่ได้ หน้าการสอบรอบ Public ของ CPA (Thailand) ระบุว่าห้ามนำนาฬิกาทุกชนิดและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้าห้องสอบ และห้ามขีดเขียนหรือทำเครื่องหมายในสมุดข้อสอบ จึงควรฝึกจังหวะเวลาให้ติดตัวไว้ก่อนวันสอบ ส่วนในห้องจะมีนาฬิกาให้ดูหรือไม่ หน้าเว็บไม่ได้ระบุไว้ ให้สอบถาม CPA

ควรทำ Part 7 ก่อน Part 5 ไหม?

สำหรับคนส่วนใหญ่ บทความนี้แนะนำให้ทำตามลำดับ 5 → 6 → 7 เพราะห้องสอบที่ไทยห้ามทำเครื่องหมายในสมุดข้อสอบ การกระโดดข้าม Part ทำให้ต้องจำเองว่าข้อไหนทำแล้ว และเสี่ยงฝนผิดบรรทัด ถ้าจะลองเริ่มจาก Part 7 ควรซ้อมแบบจับเวลาที่บ้านหลายครั้งก่อน

Otteric ฝึกจับเวลาส่วนการอ่านได้ไหม?

ได้ ข้อสอบจำลองของ Otteric มีเวลาจำกัดเฉพาะส่วนการอ่าน แสดงเวลาที่เหลือ และตรวจคะแนนอัตโนมัติเมื่อหมดเวลา ข้อสอบจำลอง 30 ข้อ (ส่วนการอ่าน 11 นาที) ใช้ฟรีเดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง ส่วนข้อสอบจำลอง 200 ข้อ (ส่วนการอ่าน 75 นาทีเหมือนจริง) เป็นพรีเมียม ฿191 ต่อเดือน หรือ ฿1,614 ต่อปี การฝึกแยก Part จะแสดงเวลาที่ใช้เทียบกับเวลาเป้าหมายของแต่ละข้อ