Listening Part 3–4 ฟังไม่ทัน อ่านโจทย์ไม่ทัน ฝึกยังไง? รูปแบบข้อสอบตาม ETS ช่วงเงียบ 8 วินาที วิธีอ่านคำถามล่วงหน้า และแผนฝึก 4 ขั้น

ทีมบรรณาธิการ Otteric ・ เผยแพร่

สรุปสั้น ๆ

Part 3 (บทสนทนา 13 บท 39 ข้อ) และ Part 4 (บทพูด 10 บท 30 ข้อ) เสียงจะเล่น ครั้งเดียว และบทสนทนาไม่ได้พิมพ์ไว้ในสมุดข้อสอบ มีแค่คำถามกับตัวเลือกให้อ่าน ตามคู่มือผู้สอบของ ETS ในสคริปต์ตัวอย่างข้อสอบของ ETS หลังเสียงอ่านคำถามแต่ละข้อจะเว้นเงียบ 8 วินาที (ข้อที่ให้ดูกราฟิก 12 วินาที) เวลาตอบจึงมีน้อยมาก คนที่ "ฟังไม่ทัน อ่านโจทย์ไม่ทัน" ส่วนใหญ่ติดอยู่ที่วงจรเดียวกัน คือ ตอบไม่เสร็จก่อนเสียงชุดถัดไปเริ่ม จึงไม่มีเวลาอ่านคำถามชุดถัดไปล่วงหน้า ทางแก้ที่บทความนี้เสนอคือ ฝึกตอบให้จบระหว่างที่เสียงยังเล่น แล้วใช้ช่วงที่เสียงอ่านคำถามไปอ่านคำถามชุดถัดไป ฝึกด้วยการฟังรอบเดียวแบบจับเวลา ตามด้วยการทวนสคริปต์และคำแปล และพูดตาม (shadowing) ส่วนกฎห้องสอบที่ไทย CPA (Thailand) ห้ามจดหรือขีดเขียนในสมุดข้อสอบ จึงต้องฝึกจำคำสำคัญของคำถามด้วยสายตาแทนการจด

"Listening Part 3–4 ฟังไม่ทันเลย อ่านโจทย์ไม่ทันก่อนเสียงจบ" เป็นปัญหาที่คนเตรียม TOEIC เจอบ่อยพอ ๆ กับ Part 7 อ่านไม่ทัน อาการที่พบคือ เสียงเริ่มบทใหม่แล้วแต่ยังเลือกคำตอบของบทเก่าไม่เสร็จ พอหันมาฟังบทใหม่ก็จับต้นเรื่องไม่ทัน แล้วพลาดต่อกันเป็นทอด ๆ

บทความนี้เริ่มจากรูปแบบของ Part 3–4 และจังหวะเสียงตามเอกสารของ ETS กับกฎห้องสอบของ CPA (Thailand) จากนั้นแยกสาเหตุที่ฟังไม่ทัน แล้วเสนอวิธีอ่านคำถามล่วงหน้าและแผนฝึก ข้อมูลรูปแบบข้อสอบและกฎห้องสอบตรวจจากเอกสารทางการ ส่วนวิธีอ่านล่วงหน้าและแผนฝึกเป็นข้อเสนอของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อกำหนดของ ETS

Part 3 และ Part 4 ข้อสอบจริงเป็นแบบไหน

ตามคู่มือผู้สอบ (Examinee Handbook) ของ ETS และหน้ารูปแบบข้อสอบของ CPA (Thailand) ส่วนการฟังมี 100 ข้อ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดย Part 3–4 รวมกัน 69 ข้อ เกินครึ่งหนึ่งของส่วนการฟัง เลขข้อในตารางนับจากตัวอย่างข้อสอบของ ETS

Partรูปแบบจำนวนข้อเลขข้อสิ่งที่พิมพ์ในสมุดข้อสอบ
Part 3บทสนทนาระหว่าง 2 คนขึ้นไป 13 บท บทละ 3 ข้อ3932–70คำถามและตัวเลือก (A)–(D) บางบทมีกราฟิก
Part 4บทพูดของผู้พูดคนเดียว 10 บท บทละ 3 ข้อ3071–100คำถามและตัวเลือก (A)–(D) บางบทมีกราฟิก

สิ่งที่ควรรู้จากเอกสารทางการ

  • บทสนทนาและบทพูดไม่ได้พิมพ์ไว้ และเล่นเพียงครั้งเดียว คำสั่งของทั้ง Part 3 และ Part 4 เขียนไว้ตรงกันว่า "will not be printed in your test book and will be spoken only one time" ส่วนคำถามนั้นมีทั้งเสียงอ่านและพิมพ์ในสมุดข้อสอบ
  • บทสนทนาไม่ได้มีแค่ 2 คน คำสั่งของ Part 3 ระบุว่า "two or more people" ในตัวอย่างของ ETS ข้อ 38–40 เป็นบทสนทนาของผู้พูด 3 คน (ผู้หญิง 1 คน ผู้ชาย 2 คน) ซึ่งต้องแยกให้ได้ว่าใครพูดอะไร
  • มีคำถามที่ต้องดูกราฟิกประกอบ เช่น ข้อ 43 ในตัวอย่าง "Look at the graphic. What size screen will the man order?" ที่ต้องดูรายการสินค้าในสมุดข้อสอบคู่กับเสียง และข้อ 82 ที่ต้องดูกำหนดการ
  • มีคำถามถามเจตนาของคำพูด เช่น ข้อ 39 "Why does the woman say, 'I can't believe it'?" และข้อ 78 "What does the man mean when he says, 'Here's the thing'?" คำถามแบบนี้ต้องเข้าใจบริบทรอบประโยค ไม่ใช่แค่ได้ยินคำ
  • สำเนียงไม่ได้มีแบบเดียว ในสคริปต์ตัวอย่างของ ETS ผู้พูดถูกกำกับว่าเป็นสำเนียงอเมริกัน (Am) อังกฤษ (Br) ออสเตรเลีย (Au) และแคนาดา (Cn)

หลังอ่านคำถาม มีเวลาให้ตอบกี่วินาที

คู่มือผู้สอบไม่ได้บอกความยาวของช่วงเงียบไว้ แต่สคริปต์เสียงที่แนบท้ายตัวอย่างข้อสอบของ ETS ระบุจำนวนวินาทีของช่วงเงียบหลังแต่ละข้อไว้ดังนี้

ช่วงในสคริปต์ตัวอย่างของ ETSช่วงเงียบหลังจากนั้น
Part 1 และ Part 2 หลังตัวเลือกสุดท้าย5 วินาที
Part 3 และ Part 4 หลังเสียงอ่านคำถามแต่ละข้อ8 วินาที
Part 3 และ Part 4 คำถามที่ขึ้นต้นด้วย "Look at the graphic"12 วินาที

ลำดับเสียงของแต่ละบทใน Part 3–4 ตามสคริปต์ตัวอย่างคือ ประกาศว่า "Questions 32 through 34 refer to the following conversation." → บทสนทนา → เสียงอ่านคำถามข้อ 32 แล้วเงียบ 8 วินาที → ข้อ 33 แล้วเงียบ 8 วินาที → ข้อ 34 แล้วเงียบ 8 วินาที → ประกาศของบทถัดไป

ตัวเลขนี้มาจากสคริปต์ของ ตัวอย่างข้อสอบ ไม่ได้มาจากคู่มือ จึงควรถือเป็นจังหวะคร่าว ๆ ของข้อสอบจริง

ข้อสรุปของผู้เขียนจากลำดับนี้มีสองข้อ

  1. ถ้ารอฟังเสียงอ่านคำถามก่อนแล้วค่อยตอบ จะมีเวลาข้อละราว 8 วินาที และเวลาทั้งหมดถูกใช้ไปกับการตอบ ไม่เหลือเวลาอ่านคำถามของบทถัดไปเลย
  2. ถ้าอ่านคำถามไว้ก่อนแล้วตอบระหว่างฟังบทสนทนา ช่วงที่เสียงอ่านคำถาม 3 ข้อพร้อมช่วงเงียบ (รวมราว 30 วินาทีขึ้นไป) จะกลายเป็นเวลาว่างสำหรับฝนคำตอบและอ่านคำถามของบทถัดไป วงจรนี้คือสิ่งที่คนที่ทำ Part 3–4 ทันใช้กันอยู่

สอบที่ไทย มีกฎอะไรที่กระทบ Part 3–4

ตามหน้าการสอบรอบ Public ของ CPA (Thailand) และคู่มือผู้สอบของ ETS

  • ห้ามเขียน ทำเครื่องหมาย ขีดเส้นใต้ หรือจดโน้ตในสมุดข้อสอบและกระดาษคำตอบ เทคนิค "จดคีย์เวิร์ดระหว่างฟัง" หรือ "วงคำสำคัญในคำถาม" ที่บางคนใช้ตอนฝึก จึงใช้ในห้องสอบจริงไม่ได้ ต้องจำคำสำคัญของคำถามไว้ในหัว
  • ไม่มีกระดาษทดให้จด คู่มือของ ETS ห้ามนำกระดาษทุกชนิด ปากกา ดินสอกด และโน้ตเข้าห้องสอบ ส่วนหน้าเว็บของ CPA ห้ามนำเอกสารและเครื่องเขียน (stationery) เข้าห้องสอบ
  • ตอบด้วยการฝนกระดาษคำตอบ (Paper & Pencil) การฝนจึงต้องเกิดขึ้นระหว่างที่เสียงยังเล่นอยู่ ถ้าเก็บไว้ฝนทีหลัง จะไปกินเวลาที่ควรใช้อ่านคำถามล่วงหน้า

ข้อสรุปของผู้เขียนคือ ตอนฝึกที่บ้าน ให้ฝึกแบบไม่จดตั้งแต่แรก และฝนคำตอบทันทีที่ตัดสินใจได้ การฝึกโดยจดโน้ตแล้วได้คะแนนดี อาจทำให้ประเมินตัวเองสูงเกินจริง

ทำไมถึงฟังไม่ทัน อ่านโจทย์ไม่ทัน: 5 สาเหตุและทางแก้

ตารางนี้เป็นการแยกสาเหตุตามประสบการณ์ของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อมูลของ ETS ลองดูว่าตัวเองตรงกับแถวไหนมากที่สุด

สาเหตุอาการทางแก้ (ข้อเสนอของผู้เขียน)
รอฟังคำถามก่อนตอบตอบข้อสุดท้ายของบทเสร็จตอนเสียงบทใหม่เริ่มพอดีอ่านคำถามล่วงหน้า แล้วตอบระหว่างฟัง
ลังเลกับข้อที่ไม่แน่ใจข้อเดียวคิดนาน จนพลาดต้นเรื่องของบทถัดไปตั้งกฎว่าไม่แน่ใจให้เลือกตัวที่ใกล้ที่สุด แล้วไปต่อทันที
แปลเป็นไทยในหัวทีละประโยคได้ยินครบแต่จับไม่ได้ว่าใครจะทำอะไรฝึกฟังหาคำตอบของคำถามที่อ่านไว้ ไม่ใช่ฟังเพื่อแปลทุกคำ
ฟังคำได้ แต่ฟังเป็นประโยคไม่ทันอ่านสคริปต์แล้วรู้ทุกคำ แต่ตอนฟังจับไม่ได้ทวนสคริปต์และพูดตาม (shadowing) ให้คุ้นกับเสียงที่เชื่อมกัน
ศัพท์และสำนวนในที่ทำงานไม่พอไม่รู้ว่าเรื่องเกี่ยวกับอะไรตั้งแต่ประโยคแรกเก็บศัพท์จากสคริปต์ของข้อที่ทำผิด

ข้อที่คนไทยเจอบ่อยคือ 2 แถวแรก ทั้งสองข้อไม่ได้เกิดจากหูฟังไม่ออก แต่เกิดจากการใช้เวลาผิดจังหวะ จึงแก้ได้เร็วกว่าการเพิ่มทักษะการฟังล้วน ๆ ส่วนแถวที่ 4–5 เป็นเรื่องของพื้นฐาน ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ (ดูวิธีเก็บศัพท์ในท่องศัพท์ TOEIC ยังไงให้จำได้)

วิธีแยกว่าตัวเองติดตรงไหน: ทำ 1 บทแบบฟังรอบเดียว แล้วทำบทเดิมอีกครั้งโดยหยุดเสียงได้ตามต้องการ ถ้ารอบที่สองถูกเพิ่มขึ้นมาก ปัญหาหลักคือจังหวะ (แถว 1–2) ถ้าผิดเท่าเดิม ปัญหาหลักคือการฟังและศัพท์ (แถว 3–5)

อ่านคำถามล่วงหน้าทำยังไง

ทั้งหมดในหัวข้อนี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียน

จังหวะใน 1 บท

  1. ก่อนบทสนทนาเริ่ม อ่านคำถาม 3 ข้อของบทนั้นแบบเร็ว ๆ จับแค่คำถาม เช่น "Why calling / ask about / offer to do" ถ้ายังมีเวลา ค่อยกวาดตาดูตัวเลือก
  2. ระหว่างฟัง คำตอบของ 3 ข้อมักมาตามลำดับของคำถาม ได้ยินคำตอบข้อไหนให้เลือกข้อนั้นในใจแล้วฟังต่อ เช่น ในตัวอย่างของ ETS ข้อ 32–34 คำตอบมาตามลำดับ คือ ผู้หญิงโทรมาเพราะเครื่องชงกาแฟเสีย → ผู้ชายถามวันที่ซื้อ → ผู้ชายเสนอคูปองส่วนลด
  3. พอบทสนทนาจบ ฝนคำตอบทั้ง 3 ข้อทันที ข้อที่ยังไม่แน่ใจให้เลือกตัวที่ใกล้ที่สุดแล้วจบ
  4. ระหว่างที่เสียงอ่านคำถาม 3 ข้อ ไม่ต้องฟังคำถามที่อ่านไปแล้ว ให้ย้ายสายตาไปอ่านคำถามของบทถัดไปเลย

จุดที่ใช้เวลาได้

  • ช่วงเสียงอ่านคำสั่ง (Directions) ของ Part 3 และ Part 4 ในสคริปต์ตัวอย่างของ ETS คำสั่งของแต่ละ Part อ่านออกเสียงก่อนเริ่มบทแรก ช่วงนี้ใช้อ่านคำถามของบทแรก (ข้อ 32–34 และ 71–73) ได้
  • คำถามกราฟิก อ่านกราฟิกไว้ก่อนว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง (เช่น ขนาด ราคา ชื่อผู้พูด) แล้วระหว่างฟังให้ฟังหาข้อมูลอีกคอลัมน์ที่ไม่ได้อยู่ในตัวเลือก เพราะตัวเลือกมักเป็นข้อมูลอีกฝั่งของตาราง
  • คำถามที่มีคำพูดในเครื่องหมายคำพูด (เช่น "Here's the thing") ให้จำประโยคนั้นไว้ แล้วตั้งใจฟังประโยคก่อนและหลังเมื่อได้ยิน

เมื่อหลุดจังหวะแล้ว

ถ้าบทไหนฟังไม่ทันจนเสียงบทใหม่เริ่มแล้ว ให้เดาบทเก่าทั้งหมดทันทีแล้วไปเริ่มบทใหม่ คู่มือของ ETS ระบุว่าไม่มีการหักคะแนนจากการเดา การยอมเสีย 1–3 ข้อเพื่อกลับเข้าจังหวะ คุ้มกว่าการพลาดต่อกันอีก 2–3 บท

ฝึกยังไงให้ Part 3–4 ทัน: แผน 4 ขั้น

แผนนี้เป็นข้อเสนอของผู้เขียน ใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์ ถ้ามีเวลาแค่วันละ 15–30 นาที ให้ทำขั้น 2–3 วันละ 1–2 บท และเก็บขั้น 4 ไว้ในวันที่มีเวลายาว (ดูวิธีจัดเวลาในเตรียม TOEIC วันละ 15–30 นาที)

ขั้นทำอะไรดูอะไรจากผล
1. ฟังรอบเดียวแบบจริงทำ 2–3 บท อ่านคำถามก่อน ฟังครั้งเดียว ไม่หยุด ไม่ย้อน ไม่จดถูกกี่ข้อ และข้อที่ผิดเกิดตอนไหนของบท
2. ทวนสคริปต์และคำแปลอ่านสคริปต์ หาประโยคที่เป็นหลักฐานของคำตอบ เทียบกับคำแปลไทยผิดเพราะไม่รู้ศัพท์ ฟังเสียงเชื่อมไม่ออก หรือเลือกตัวลวง
3. ฟังซ้ำและพูดตามฟังบทเดิม 2–3 รอบ แล้วพูดตามทีละประโยค (shadowing) ถ้าตามไม่ทันให้ลดความเร็วก่อนพูดตามได้โดยไม่ต้องดูสคริปต์
4. ฟังต่อเนื่องหลายบททำ Part 3 หรือ Part 4 ต่อเนื่องหลายบท หรือทั้งส่วนการฟัง 45 นาที ทุก 2–3 สัปดาห์บทท้าย ๆ ถูกน้อยกว่าบทแรกหรือไม่ (สมาธิหลุด)

เทคนิคเล็ก ๆ ที่ช่วยได้

  • ขั้น 1 ต้องฟังครั้งเดียวจริง ๆ ถ้ากดย้อนฟังระหว่างทำ จะวัดไม่ได้ว่าในห้องสอบจะทำได้เท่าไร การย้อนฟังเก็บไว้ทำในขั้น 2–3
  • ตอนทวนสคริปต์ ให้หาว่าคำตอบถูก "พูดใหม่" ด้วยคำอื่นอย่างไร เช่น ในตัวอย่างของ ETS ผู้ชายพูดว่าให้คูปอง "forty percent off your next purchase" แต่ตัวเลือกที่ถูกเขียนว่า "Provide a discount" ตัวเลือกที่ใช้คำเดียวกับในเสียงตรง ๆ มักเป็นตัวลวง
  • ฝึกให้คุ้นหลายสำเนียง ถ้าฟังสำเนียงอเมริกันได้แต่สำเนียงอังกฤษหรือออสเตรเลียหลุด ให้เลือกบทของสำเนียงนั้นมาทำขั้น 3 เพิ่ม
  • อ่านคำถามแล้วเดาเนื้อเรื่องก่อนฟัง เช่น คำถาม "Why is the woman calling?" บอกว่าเป็นบทโทรศัพท์และผู้หญิงเป็นคนโทร การเดาเรื่องไว้ก่อนช่วยให้จับประโยคแรกได้ง่ายขึ้น

ข้อควรระวังเรื่องสื่อที่ใช้ฝึก ตัวอย่างข้อสอบของ ETS มี Part 3 แค่ 4 บท (ข้อ 32–43) และ Part 4 แค่ 4 บท (ข้อ 71–82) พร้อมสคริปต์ เหมาะใช้ดูรูปแบบคำถามและจังหวะช่วงเงียบ แต่ไม่พอสำหรับฝึกต่อเนื่อง ขั้น 4 ต้องใช้หนังสือข้อสอบเสมือนจริงที่มีไฟล์เสียงครบ หรือแอปที่มีข้อสอบจำลองส่วนการฟัง (ถ้าอยากรู้ว่าส่วนไหนใช้ของฟรีได้ ดูใช้แอปฟรีฝึก TOEIC เองพอไหม)

เลือกเครื่องมือฝึก Part 3–4: เทียบกัน

วิธีฝึกฟังครั้งเดียวแบบจริงสคริปต์และคำแปลไทยข้อจำกัด
ตัวอย่างข้อสอบ ETS (ฟรี)ต้องคุมตัวเองมีสคริปต์ภาษาอังกฤษ ไม่มีคำแปลPart 3 และ Part 4 อย่างละ 4 บท
ข้อสอบฟังแยก Part บนเว็บฟรี (เช่น ChulaTutor Exam)ต้องคุมตัวเองขึ้นกับแต่ละเว็บจำนวนบทและเฉลยต่างกันไปแต่ละเว็บ
หนังสือข้อสอบเสมือนจริง + ไฟล์เสียงใช่ ถ้าเล่นทั้ง Part ต่อเนื่องสคริปต์มักอยู่ในเล่มเฉลยต้องตรวจและหาหลักฐานเอง
Otteric ฝึกแยก Partย้อนฟังและปรับความเร็วได้ (ต้องคุมตัวเองถ้าจะฟังรอบเดียว)สคริปต์แยกผู้พูด สลับดูคำแปลไทย และไฮไลต์หลักฐานเสียงเป็นเฉพาะบทสนทนา ไม่มีเสียงอ่านคำถามและช่วงเงียบ
Otteric ข้อสอบจำลองใช่ ย้อนและเร่งความเร็วไม่ได้ดูได้หลังส่งฟรีมี Part 3 สองบท Part 4 หนึ่งบทต่อครั้ง

ใช้ Otteric ฝึก Part 3–4 ได้แค่ไหน

Otteric เป็นแอปเตรียมสอบ TOEIC L&R ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้ง ส่วนที่เกี่ยวกับ Part 3–4 มีดังนี้

  • ฝึกแยก Part (ใช้กับขั้น 1–3) เสียงเล่นอัตโนมัติ คำถามและตัวเลือกแสดงบนจอ จึงซ้อมอ่านคำถามก่อนได้ ตัวเล่นเสียงย้อนหรือข้ามได้ครั้งละ 5 วินาที และปรับความเร็วได้ 0.75 / 1.0 / 1.25 / 1.5 เท่า หลังตอบ หน้าคำอธิบายจะแสดงสคริปต์แยกผู้พูด สลับเป็นคำแปลภาษาไทยได้ และไฮไลต์ประโยคที่เป็นหลักฐานของคำตอบ
  • ข้อสอบจำลอง (ใช้กับขั้น 4) เสียงของแต่ละ Part เล่นต่อเนื่อง มีเสียงอ่านคำสั่ง เลขข้อ และคำถาม เว้นช่วงเงียบหลังคำถามประมาณ 8 วินาที (ข้อกราฟิกประมาณ 12 วินาที) ใกล้กับสคริปต์ตัวอย่างของ ETS และไม่มีปุ่มย้อนหรือเร่งความเร็ว ข้อสอบจำลอง 30 ข้อมี Part 3 สองบท (6 ข้อ) และ Part 4 หนึ่งบท (3 ข้อ) ส่วนข้อสอบจำลอง 200 ข้อมีโครงสร้างเหมือนข้อสอบจริง (Part 3 สิบสามบท Part 4 สิบบท)
  • แบบทดสอบวัดระดับก่อนสมัคร 14 ข้อ ประมาณ 6 นาที มี Part 3 จำนวน 3 ข้อ (1 บท) ผลจะบอกช่วงคะแนนและความเห็นราย Part รวมถึงการฟังบทสนทนา ไม่ต้องสมัครสมาชิกและไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ลองทำแบบทดสอบได้ที่นี่

แพ็กเกจฟรีใช้ได้ไม่มีวันหมดอายุ ได้แก่ ฝึกวันละ 3 ชุด (ชุดละ 5–10 นาที เลือกฝึกแยก Part 3 หรือ Part 4 อย่างเดียวได้) ข้อสอบจำลอง 30 ข้อเดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง สมุดคำศัพท์ 100 คำ คะแนนคาดการณ์และกราฟพัฒนาการ และคำอธิบายพร้อมไฮไลต์หลักฐานและคำแปลภาษาไทย ส่วนพรีเมียม ฿191/เดือน หรือ ฿1,614/ปี (ราคาที่แสดง) ได้การฝึก ข้อสอบจำลอง และสมุดคำศัพท์แบบไม่จำกัด ข้อสอบจำลอง 30, 50, 100 และ 200 ข้อ และปฏิทินการเรียนทั้งหมด

Otteric ทำอะไรไม่ได้

  • โหมดฝึกแยก Part ไม่ได้จำลองจังหวะห้องสอบ เสียงเป็นเฉพาะบทสนทนาหรือบทพูด ไม่มีเสียงอ่านคำถามและช่วงเงียบ 8 วินาที และย้อนฟังได้ ถ้าอยากซ้อมจังหวะจริงด้วยของฟรี ให้ใช้ข้อสอบจำลอง 30 ข้อ หรือหนังสือข้อสอบเสมือนจริงที่เล่นไฟล์เสียงทั้ง Part ต่อเนื่อง
  • ข้อสอบจำลองแบบฟรีมี Part 3–4 แค่ 3 บทต่อครั้ง ซ้อมความต่อเนื่องของ 23 บทแบบข้อสอบจริงไม่ได้ ต้องใช้ข้อสอบจำลอง 200 ข้อซึ่งเป็นพรีเมียม หรือใช้หนังสือข้อสอบเสมือนจริงแทน
  • หยุดเสียงชั่วคราวระหว่างข้อสอบจำลองได้ ซึ่งต่างจากห้องสอบจริง ถ้าจะซ้อมจังหวะจริง อย่ากดหยุด
  • ไม่มีฟังก์ชันอัดเสียงหรือตรวจการพูดตาม (shadowing) ขั้น 3 ให้ใช้แอปอัดเสียงในมือถืออัดแล้วฟังเทียบกับต้นฉบับเอง
  • ไม่ได้ฝนกระดาษคำตอบ ควรซ้อมกับกระดาษคำตอบจริงจากหนังสืออย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสอบ เพื่อรู้ว่าการฝนระหว่างฟังกินเวลาเท่าไร

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

TOEIC Part 3 และ Part 4 มีกี่ข้อ ฟังได้กี่รอบ?

ตามคู่มือผู้สอบของ ETS Part 3 เป็นบทสนทนา 13 บท บทละ 3 ข้อ รวม 39 ข้อ และ Part 4 เป็นบทพูด 10 บท บทละ 3 ข้อ รวม 30 ข้อ บทสนทนาและบทพูดเล่นเพียงครั้งเดียวและไม่ได้พิมพ์ไว้ในสมุดข้อสอบ มีแค่คำถามและตัวเลือกให้อ่าน

Part 3–4 หลังอ่านคำถามมีเวลาตอบกี่วินาที?

คู่มือผู้สอบไม่ได้ระบุ แต่สคริปต์เสียงในตัวอย่างข้อสอบของ ETS เว้นช่วงเงียบ 8 วินาทีหลังเสียงอ่านคำถามแต่ละข้อ และ 12 วินาทีสำหรับคำถามที่ให้ดูกราฟิก ถ้ารอฟังคำถามก่อนแล้วค่อยตอบ จะไม่เหลือเวลาอ่านคำถามของบทถัดไป

Listening Part 3–4 ฟังไม่ทัน อ่านโจทย์ไม่ทัน ต้องฝึกยังไง?

ข้อเสนอของผู้เขียนคือ อ่านคำถาม 3 ข้อก่อนเสียงเริ่ม ตอบระหว่างฟัง ฝนทันทีเมื่อบทจบ แล้วใช้ช่วงที่เสียงอ่านคำถามไปอ่านคำถามของบทถัดไป ฝึกด้วยการฟังรอบเดียวแบบไม่หยุดไม่จด แล้วทวนสคริปต์และคำแปล หาประโยคที่เป็นหลักฐาน และพูดตาม (shadowing) จากนั้นทำต่อเนื่องหลายบททุก 2–3 สัปดาห์

ควรอ่านคำถามก่อนหรืออ่านตัวเลือกด้วย?

ข้อเสนอของผู้เขียนคือ อ่านคำถาม 3 ข้อให้ครบก่อน เพราะคำถามบอกว่าต้องฟังหาอะไร ถ้ายังมีเวลาค่อยกวาดตาดูตัวเลือก ส่วนคำถามกราฟิกให้ดูกราฟิกไว้ก่อนว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง

สอบ TOEIC ที่ไทย จดโน้ตระหว่างฟัง Part 3–4 ได้ไหม?

ไม่ได้ หน้าการสอบรอบ Public ของ CPA (Thailand) ระบุว่าห้ามเขียน ทำเครื่องหมาย ขีดเส้นใต้ หรือจดโน้ตในสมุดข้อสอบและกระดาษคำตอบ และห้ามนำเครื่องเขียนส่วนตัวเข้าห้องสอบ คู่มือของ ETS ก็ห้ามกระดาษทุกชนิด จึงควรฝึกแบบไม่จดตั้งแต่ตอนอยู่บ้าน

ถ้าบทไหนฟังไม่ทันแล้ว ควรทำยังไง?

ข้อเสนอของผู้เขียนคือ เดาข้อที่เหลือของบทนั้นทันทีแล้วไปเริ่มบทใหม่ คู่มือของ ETS ระบุว่าไม่มีการหักคะแนนจากการเดา การเสีย 1–3 ข้อเพื่อกลับเข้าจังหวะคุ้มกว่าการพลาดต่อเนื่องอีกหลายบท

Otteric ฝึก Part 3–4 ได้ฟรีไหม?

ได้ แพ็กเกจฟรีฝึกได้วันละ 3 ชุดและเลือกฝึกแยก Part 3 หรือ Part 4 ได้ ตัวเล่นเสียงปรับความเร็ว 0.75–1.5 เท่า และหลังตอบจะมีสคริปต์แยกผู้พูดพร้อมคำแปลไทยและไฮไลต์หลักฐาน ส่วนข้อสอบจำลอง 30 ข้อฟรีเดือนละไม่เกิน 2 ครั้ง เล่นเสียงต่อเนื่องแบบย้อนไม่ได้และมี Part 3 สองบท Part 4 หนึ่งบท ถ้าต้องการซ้อม Part 3–4 ครบ 23 บท ต้องใช้ข้อสอบจำลอง 200 ข้อ (พรีเมียม ฿191 ต่อเดือน หรือ ฿1,614 ต่อปี)