แผนเตรียมสอบ TOEIC ตามเวลาที่เหลือ: 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน ทำอะไรก่อนหลัง

ทีมบรรณาธิการ Otteric ・ เผยแพร่

สรุปสั้น ๆ

เหลือเวลาก่อนสอบ TOEIC เท่าไร แผนก็ต่างกันที่ "สัดส่วนของแต่ละช่วง" ไม่ใช่แค่ทำมากขึ้นหรือน้อยลง ข้อเสนอของบทความนี้คือทุกแผนเริ่มจากการรู้ว่าตอนนี้อยู่ระดับไหนและอ่อน Part ไหน แล้วค่อยแบ่งเวลา 1 เดือน เน้นแก้จุดอ่อน 1–2 จุดและซ้อมจับเวลา 2 เดือน เพิ่มช่วงปูพื้นฐานก่อนเข้าช่วงซ้อมจับเวลา 3 เดือน มีเวลาปูพื้นฐานทั้งคำศัพท์ ไวยากรณ์ และการฟัง แล้วเก็บ 3–4 สัปดาห์สุดท้ายไว้ซ้อมแบบข้อสอบจริง ข้อสอบ TOEIC L&R มี 200 ข้อ 120 นาที (ฟัง 45 นาที อ่าน 75 นาที) ตามหน้ารูปแบบข้อสอบของ CPA (Thailand) ตัวเลขนาทีและสัปดาห์ในแผนเป็นข้อเสนอของผู้เขียน ไม่ใช่ตัวเลขทางการ และไม่มีใครรับรองได้ว่าทำตามแผนแล้วจะได้กี่คะแนน

ถ้าเปิดหน้าตารางสอบ TOEIC 2569–2570แล้วเลือกรอบสอบได้แล้ว คำถามต่อไปคือ "เหลือเวลาเท่านี้ ต้องทำอะไรบ้าง" บทความนี้ขยายความจากส่วน "ถึงวันสอบแล้ว เหลือเวลาเท่าไร ควรทำอะไร" ในบทความนั้น โดยแยกเป็นแผน 1 เดือน 2 เดือน และ 3 เดือน

ข้อมูลเรื่องรูปแบบข้อสอบตรวจจากเว็บไซต์ของ CPA (Thailand) ผู้จัดสอบ TOEIC ในประเทศไทย ส่วน แผนรายสัปดาห์ทั้งหมดเป็นข้อเสนอของผู้เขียน ปรับตามเวลาว่างและระดับของตัวเองได้ เรื่องที่ควรรู้ไว้ก่อนคือ เท่าที่ตรวจ ETS และ CPA (Thailand) ไม่มีตารางที่บอกว่าเรียนกี่ชั่วโมงจะได้คะแนนเพิ่มกี่คะแนน (เรื่องนี้เขียนละเอียดไว้ในบทความเรื่องชั่วโมงอ่านจาก 400 กว่าไป 700) แผนด้านล่างจึงบอก "ลำดับว่าทำอะไรก่อนหลัง" ไม่ได้บอกว่า "ทำแล้วได้คะแนนเท่านี้"

ก่อนเลือกแผน: ดู 3 อย่างนี้

  1. ตอนนี้อยู่ระดับไหน อ่อน Part ไหน ถ้าเคยสอบแล้วดูจากใบคะแนน ถ้ายังไม่เคย ทำแบบทดสอบวัดระดับสั้น ๆ หรือทำข้อสอบเก่า 1 ส่วนก่อน ถ้าข้ามขั้นนี้ แผนทั้งหมดจะเป็นการเดา
  2. ต้องการคะแนนเท่าไร และห่างจากตอนนี้แค่ไหน ถ้าห่างไม่มาก (เช่น ขาดอีกราว 50–100 คะแนน) 1 เดือนอาจพอสำหรับการแก้จุดอ่อน แต่ถ้าห่างมาก เวลา 1 เดือนทำได้ดีที่สุดแค่ขยับขึ้นบางส่วน ควรพิจารณาเผื่อรอบสอบถัดไป
  3. มีเวลาต่อวันเท่าไร ถ้าเวลาไม่แน่นอน ดูวิธีทำชุดฝึกสั้นที่หยิบมาใช้ได้ทุกเวลาในบทความเตรียม TOEIC วันละ 15–30 นาที แผนด้านล่างสมมติว่ามีเวลาวันละประมาณ 1 ชั่วโมง และมีช่วงยาว 2 ชั่วโมงสัปดาห์ละครั้ง ถ้ามีน้อยกว่านี้ ให้ยืดแผนออกหรือลดเป้า ไม่ใช่ตัดขั้นตอนทบทวนข้อที่ผิด

แผน 1 เดือน (ประมาณ 4 สัปดาห์): แก้จุดอ่อนและซ้อมจับเวลา

ใน 1 เดือนไม่มีเวลาเรียนทุกอย่างใหม่ เป้าหมายที่ทำได้จริงคือ รู้ว่าเสียคะแนนตรงไหน แก้ 1–2 จุดที่คุ้มที่สุด และคุ้นกับการทำข้อสอบให้ทันเวลา

สัปดาห์ทำอะไร
1ทำแบบวัดระดับหรือข้อสอบเก่า 1 ส่วน ดูว่าอ่อน Part ไหน และ Part ไหนทำไม่ทันเวลา เลือกจุดอ่อน 1–2 จุด รู้รูปแบบข้อสอบให้ครบทุก Part
2–3ฝึกเฉพาะ 1–2 จุดอ่อนเป็นหลัก (ประมาณครึ่งหนึ่งของเวลา) ที่เหลือฝึก Part อื่นแบบรักษาระดับ ทบทวนข้อที่ผิดทุกครั้งว่าผิดเพราะคำศัพท์ ไวยากรณ์ ฟังไม่ทัน หรืออ่านไม่ทัน
4ทำข้อสอบเต็มชุดจับเวลาอย่างน้อย 1 ครั้ง แล้วใช้เวลาทบทวนให้นานกว่าตอนทำ สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบทบทวนข้อที่เคยผิด ไม่เรียนเรื่องใหม่

เรื่องที่ควรเลือกให้ดีใน 1 เดือนคือ Part ที่ เสียเวลามากแต่ได้คะแนนคืนน้อย เช่น ถ้า Part 7 ทำไม่ทันจนต้องเดาท้ายชุด วิธีแบ่งเวลาช่วยได้เร็วกว่าการเรียนคำศัพท์เพิ่ม ดูวิธีแบ่งเวลา Part 7 และถ้ายังไม่เคยจับเวลาทำเต็มชุด ดูการจับเวลาทำข้อสอบเก่า

แผน 2 เดือน (ประมาณ 8 สัปดาห์): ปูพื้นฐาน 1 เดือน แล้วซ้อมอีก 1 เดือน

สองเดือนพอจะแบ่งเป็น 2 ช่วงที่ต่างกันชัดเจน

ช่วงสัปดาห์ทำอะไร
ปูพื้นฐาน1วัดระดับ เลือกจุดอ่อน เริ่มสมุดคำศัพท์ (คำที่ผิดจากข้อสอบจริง ไม่ต้องท่องจากลิสต์ยาว)
ปูพื้นฐาน2–4ฝึกทีละ Part ตามจุดอ่อน ไม่จับเวลาเข้มงวดก่อน เน้นเข้าใจว่าทำไมผิด ทำความเข้าใจประเภทข้อที่ออกบ่อยใน Part 5 และ Part 7 ฝึกฟังแล้วเทียบสคริปต์
ซ้อมแบบสอบจริง5–7เริ่มจับเวลาทุกครั้ง สลับฝึกทีละ Part กับทำทั้งส่วนฟัง (ประมาณ 45 นาที) หรือทั้งส่วนอ่าน (75 นาที) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทบทวนข้อที่ผิดซ้ำ
ปรับก่อนสอบ8ข้อสอบเต็มชุดอย่างน้อย 1 ครั้งต้นสัปดาห์ หลังจากนั้นทบทวน ไม่เพิ่มเรื่องใหม่

ข้อแนะนำคือ วัดระดับซ้ำหลังจบสัปดาห์ที่ 4 เพื่อดูว่าจุดอ่อนเดิมดีขึ้นไหม ถ้า Part เดิมยังอ่อน ให้เพิ่มเวลาให้ Part นั้นในช่วงซ้อม ไม่ต้องเปลี่ยนแผนทั้งหมด

แผน 3 เดือน (ประมาณ 12 สัปดาห์): มีเวลาปูพื้นฐานจริง

3 เดือนเป็นช่วงที่พอจะแก้ปัญหาที่ไม่ใช่แค่เทคนิค เช่น คำศัพท์น้อย ไวยากรณ์ที่ยังไม่แน่น หรือฟังไม่ทันความเร็วเสียง แบ่งเป็น 3 ช่วงช่วงละ 4 สัปดาห์

  • เดือนที่ 1 ปูพื้นฐาน: วัดระดับ แล้วเน้นสิ่งที่ขาดที่สุด คำศัพท์จากข้อสอบที่ผิดทุกวัน ไวยากรณ์ที่ออกใน Part 5 ฟังแล้วเทียบสคริปต์ ฝึกวันละเท่า ๆ กัน ไม่ต้องรีบจับเวลา
  • เดือนที่ 2 ฝึกตาม Part: ฝึกทั้ง 7 Part วนอย่างสม่ำเสมอ ให้เวลา Part ที่อ่อนมากกว่า เริ่มจับเวลาเป็นรายชุด ทำข้อสอบเต็มส่วนฟังหรือส่วนอ่านสัปดาห์ละ 1 ครั้งในช่วงท้ายเดือน และวัดระดับซ้ำเพื่อดูว่าจุดอ่อนเปลี่ยนไปไหม
  • เดือนที่ 3 ซ้อมแบบสอบจริง: จับเวลาทุกครั้ง ทำข้อสอบเต็มชุด 200 ข้อ 120 นาทีอย่างน้อย 2 ครั้ง (ห่างกันราว 2 สัปดาห์) ทบทวนข้อที่ผิดให้นานกว่าตอนทำ สัปดาห์สุดท้ายไม่เรียนเรื่องใหม่ ดูสิ่งที่ต้องนำไปวันสอบ

ถ้าเป้าหมายอยู่ที่ระดับ 700 จากฐาน 400 กว่า ๆ ต้องระวังว่า 3 เดือนอาจยังไม่พอ ดูตัวเลขที่ตรวจสอบได้และข้อจำกัดของมันในบทความเรื่องชั่วโมงที่ต้องใช้ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะสอบรอบนี้เพื่อวัดผล หรือเผื่อรอบถัดไป

เทียบ 3 แผนในตารางเดียว

1 เดือน2 เดือน3 เดือน
เป้าหมายหลักแก้ 1–2 จุดอ่อน และทำให้ทันเวลาปูพื้นฐานก่อน แล้วซ้อมจับเวลาปูพื้นฐานทั้งคำศัพท์ ไวยากรณ์ การฟัง แล้วซ้อมแบบสอบจริง
เริ่มจับเวลาเมื่อไรตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2–3ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 5ตั้งแต่เดือนที่ 2 (เข้มงวดในเดือนที่ 3)
ข้อสอบเต็มชุดก่อนสอบอย่างน้อย 1 ครั้งอย่างน้อย 1 ครั้งอย่างน้อย 2 ครั้ง
วัดระดับซ้ำไม่จำเป็น (ใช้ผลข้อสอบเต็มชุดแทน)หลังสัปดาห์ที่ 4ปลายเดือนที่ 1 และปลายเดือนที่ 2
เหมาะกับห่างจากเป้าไม่มาก หรือเคยสอบแล้วฐานพอใช้ ต้องการเก็บคะแนนให้นิ่งฐานอ่อน หรือเป้าห่างจากตอนนี้มาก

สิ่งที่ทุกแผนต้องมีเหมือนกัน

  • ทบทวนข้อที่ผิดทุกครั้ง: จดว่าผิดเพราะอะไร ถ้าผิดซ้ำเรื่องเดิมสามครั้ง ให้ใช้เวลาเรื่องนั้นเพิ่ม
  • จับเวลาทำเต็มส่วนอย่างน้อย 1 ครั้งก่อนสอบ: วันสอบต้องฟังต่อเนื่องประมาณ 45 นาทีและอ่าน 75 นาที ชุดสั้น ๆ ทำให้ได้แต่ความแม่น ไม่ได้ฝึกความทน
  • เว้นเวลาสัปดาห์สุดท้ายไว้ทบทวน: ไม่เรียนเรื่องใหม่ เหมือนที่เขียนไว้ในบทความตารางสอบ
  • ถ้าพลาดเป้า ให้ดูว่าเป็นเพราะเวลาไม่พอ หรือเพราะแผนไม่ตรงจุดอ่อน ก่อนตัดสินใจสอบรอบถัดไป

Otteric ช่วยกับแผนนี้ตรงไหน

Otteric เป็นแอปเตรียมสอบ TOEIC L&R โดยเฉพาะ ใช้ผ่านเบราว์เซอร์ ไม่ต้องติดตั้ง ส่วนที่เกี่ยวกับแผนข้างบนมีดังนี้

  • แบบทดสอบวัดระดับ 14 ข้อ ประมาณ 6 นาที ทำได้ก่อนสมัครสมาชิก ใช้เป็นขั้นแรกของทุกแผน ได้ช่วงคะแนนโดยประมาณและผลราย Part
  • ฝึกฟรีวันละ 3 ชุด ชุดละ 5–10 นาที แอปเลือกชุดให้จาก Part ที่อ่อนและช่วงที่ควรทบทวน ถ้าตั้งวันสอบไว้ จะเรียงโจทย์ถอยหลังจากวันสอบ พร้อมคำอธิบายที่ไฮไลต์จุดที่ใช้ตัดสินคำตอบและคำแปลภาษาไทย
  • หน้า "วิเคราะห์" ในโปรไฟล์ ดูอัตราตอบถูกของ Part 1–7 และ Part ที่ใช้เวลานาน ใช้ตัดสินใจว่าจะเพิ่มเวลาให้ Part ไหน
  • ข้อสอบจำลอง 30 ข้อ เดือนละ 2 ครั้ง พร้อมคะแนนคาดการณ์และกราฟพัฒนาการ

พรีเมียม ฿191/เดือน หรือ ฿1,614/ปี ฝึก ข้อสอบจำลอง และสมุดคำศัพท์ไม่จำกัด เลือกข้อสอบจำลองได้ 30, 50, 100 หรือ 200 ข้อ ซึ่งเหมาะกับเดือนสุดท้ายที่ต้องซ้อมเต็มชุด ทั้งนี้ Otteric ไม่มีบทเรียนหรือวิดีโอสอนไวยากรณ์ตั้งแต่พื้นฐาน ถ้าเลือกแผน 3 เดือนเพราะพื้นฐานอ่อนมาก ควรมีหนังสือไวยากรณ์ 1 เล่มคู่กัน ดูฟีเจอร์และราคาทั้งหมดได้ที่ จุดเด่นของ Otteric

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

เหลือเวลา 1 เดือนก่อนสอบ TOEIC ควรเริ่มจากอะไร?

เริ่มจากรู้ว่าตอนนี้อยู่ระดับไหนและอ่อน Part ไหน เช่น ทำแบบวัดระดับหรือข้อสอบเก่า 1 ส่วน แล้วเลือกจุดอ่อน 1–2 จุดมาฝึกเป็นหลักในสัปดาห์ที่ 2–3 และทำข้อสอบเต็มชุดจับเวลาอย่างน้อย 1 ครั้งในสัปดาห์ที่ 4 นี่เป็นข้อเสนอของผู้เขียน ไม่ใช่ข้อกำหนดของ ETS หรือ CPA

เรียน 1 เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน จะได้กี่คะแนน?

ตอบเป็นตัวเลขไม่ได้ เท่าที่ตรวจ ETS และ CPA (Thailand) ไม่มีตารางที่บอกว่าเรียนกี่ชั่วโมงแล้วคะแนนเพิ่มกี่คะแนน ผลขึ้นกับระดับตอนเริ่ม เวลาต่อวัน และวิธีฝึก แผนในบทความนี้บอกลำดับว่าทำอะไรก่อนหลัง ไม่ได้รับรองคะแนน

ควรทำข้อสอบเต็มชุดกี่ครั้งก่อนสอบ?

ข้อเสนอของผู้เขียนคืออย่างน้อย 1 ครั้งสำหรับแผน 1–2 เดือน และอย่างน้อย 2 ครั้งสำหรับแผน 3 เดือน เพราะวันสอบต้องฟังต่อเนื่องประมาณ 45 นาทีและอ่าน 75 นาที (ตามหน้าเว็บของ CPA Thailand) ชุดสั้น ๆ ไม่ได้ฝึกส่วนนี้

เหลือไม่ถึง 1 สัปดาห์ ควรทำอะไร?

ไม่ต้องเรียนเรื่องใหม่ ทบทวนข้อที่เคยผิด ฝึกฟังให้หูไม่เหนื่อย และเตรียมของที่ต้องใช้ในวันสอบให้พร้อม ดูรายละเอียดในบทความตารางสอบและบทความสิ่งที่ต้องนำไปวันสอบ

แบบทดสอบวัดระดับของ Otteric ใช้เวลาเท่าไร?

14 ข้อ ประมาณ 6 นาที ทำได้ก่อนสมัครสมาชิก ผลบอกช่วงคะแนนโดยประมาณและผลราย Part ใช้เป็นขั้นแรกก่อนเลือกแผน

ถ้าตั้งวันสอบใน Otteric แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

แอปจะเรียงโจทย์ฝึกถอยหลังจากวันสอบที่ตั้งไว้ แต่ Otteric จองสอบหรือแจ้งเตือนวันสอบแทนไม่ได้ ต้องจองผ่าน CPA Call Center เอง